GULF เข้าซื้อ KBANK ดันถือหุ้นทะลุ 10% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2
GULF
ก.ล.ต. เปิดเผยผ่านแบบรายงาน 246-2 ว่า GULF เข้าซื้อหุ้น KBANK เพิ่มอีกเกือบ 3 ล้านหุ้น ดันสัดส่วนถือครองแตะ 10.03% ขยับขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 รองจาก Thai NVDR ขณะที่บล.อินโนเวสท์ เอกซ์มองบวก ชี้ได้ประโยชน์ทั้งเงินปันผลสูง โอกาสรับรู้กำไรจากเงินลงทุน และต่อยอดธุรกิจการเงิน-FinTech ในระยะยาว พร้อมคงคำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 65 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยข้อมูลผ่านรายงาน 246-2 ว่า GULF ได้รายงานการได้มาซึ่งหุ้นของ KBANK เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 GULF ได้เข้าซื้อหุ้น KBANK จํานวน 2,949,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.1254% ของจํานวนหุ้นทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 197 บาท มีมูลค่า ซื้อขายรวม 581 ล้านบาท ผ่านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จํากัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์ เอกซ์ จํากัด ส่งผลให้ GULF ถือหุ้น KBANK รวม 235,805,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.0298% และส่งผลให้ GULF ขยับเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ KBANK รองจาก Thai NVDR ที่ถือครองหุ้น KBANK เป็นอันดับ 1 ในสัดส่วน 13.7%
นายชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มวัสุดก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิก และสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์ เอกซ์ จํากัด ระบุในรายงานว่า บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มีมุมมองเชิงบวกต่อการเข้าซื้อ KBANK ของ GULF เนื่องจาก KBANK ยังถือว่าเป็นหุ้นที่ดี มี liquidity สูง และมี P/BV และ P/E ต่ำ บวกกับจ่ายปันผลสูง ประมาณ 7-8% ต่อปี นอกจากนี้ยังอาจจะเห็น Synergy benefit ได้ในอนาคต โดยคาดว่าสัดส่วนที่เป็น Strategic partner จะอยู่ระดับ 10-20% ซึ่งหากถือหุ้นขึ้น
ไป 10%/20% ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย และ 25% จะเป็น trigger สําหรับการทํา Tender offer
ในแง่ Synergy benefit มองว่า1. GULF จะได้ประโยชน์จากการเข้าถือ KBANK ไม่ว่าจะเป็น ในรูปแบบ Dividend ซึ่งต้นทุนทางการเงินของ GULF อยู่ที่ระดับ 3.0-3.5% ซึ่งต่ำกว่าระดับของเงินปันผลของ KBANK ที่ 7-8% ต่อปี โดยในปี 2568 GULF รับเงินปันผลจาก KBANK ไปแล้วกว่า 1,200 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปี 2026 จะได้รับปันผลเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนหุ้นที่ถือครอง
โดยคาดการณ์ปันผลรวมสูงถึง 3,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.6% ของประมาณการกำไรของ GULF ปี 2569 ของเรา อิงคาดการณ์ DPS 13.5 บาทต่อหุ้น ที่ทาง INVX คาด นอกจากนี้ยังไม่กระทบต่อ Net D/E ที่อยู่ระดับต่ำเพียง 0.85X ณ สิ้นไตรมาส 3/2568 และยังจะได้เงินปันผลทั้งปกติ และปันผลพิเศษจาก ADVANC เข้ามาเพิ่มเติมอีก2. Equity Income ซึ่งในกรณีที่ GULF ถือเกิน 20% จะเปลี่ยนไปใช้วิธี Equity basis ที่ทำให้กำไรของ GULF เพิ่มขึ้นมาก3. เพิ่มขีดความสามารถเกี่ยวกับการสร้างรายได้จากธุรกิจการเงินใหม่ๆ อาทิ Digital lending และ/หรือ ธุรกิจ FinTech ร่วมกับ ADVANC ที่ GULF ถือหุ้นใหญ่อยู่ 40.4%
ขั้นตอนต่อไป คาดว่า GULF จะต้องมีการยื่น ขอให้ทาง BOT อนุมัติการถือครองหุ้น KBANK ในระดับเกิน 10% รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นธนาคารอย่างเข้มงวดหลังจากนี้ ซึ่งการที่ GULF ขยับมาแตะ 10.03% แสดงถึงความตั้งใจในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับ KBANK
ทั้งนี้ GULF ได้เพิ่มสัดส่วนที่ขึ้นมาค่อนข้างมาก จากระดับ 5.03% ในช่วงเดือนตุลาคม 2025 และทยอยเก็บสะสมหุ้น KBANK ขึ้นมาถึง 10.03% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งระหว่างเดือนตุลาคม 2568-กุมภาพันธ์ 2569 ราคาหุ้น KBANK ซื้อขายอยู่ในช่วงราคา 167-199 บาท ซึ่งเราคำนวณประเมินค่าเฉลี่ยต้นทุนราคาหุ้น KBANK ของ GULF ที่ซื้อหุ้น KBANK ขึ้นจาก 5.03% ขึ้นมาเป็น 10.03% อยู่ที่ประมาณ 180 บาทต่อหุ้น โดยรวมเราคำนวณต้นทุนเฉลี่ย KBANK ที่ GULF ถืออยู่ทั้งหมด 235.8 ล้านหุ้น (10.03%) ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 172 บาท หรือมีมูลค่าหุ้น KBANK อยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท
โดยรวมยังคงแนะนำ Outperform สำหรับ GULF ราคาเป้าหมาย 65 บาท อิง DCF valuation
