เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

SET Index มี.ค. 69 ปรับลง 5.24% สงครามตะวันออกกลางกดดัน แต่ยังบวก 15% จากต้นปี

10 เม.ย. 2569 | 16:43น.
SET ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยเดือนมีนาคม 2569 SET Index ปรับลง 5.24% จากแรงกดดันตะวันออกกลางและราคาพลังงานพุ่ง แต่ผันผวนน้อยกว่าภูมิภาค บวก 15% จากสิ้นปี 2568 วอลุ่มพุ่ง 7.5 หมื่นล้านต่อวัน มองเงินต่างชาติยังไม่เข้าเต็มที่ จับตานโยบายรัฐ-โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่หนุนระยะยาว

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาค โดยลดลงประมาณ 5% ปัจจัยสำคัญมาจากโครงสร้างตลาดที่ไม่ได้พึ่งพาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหรือ AI ในสัดส่วนสูงเหมือนบางประเทศ

“ประเทศที่มีหุ้นกลุ่ม AI หรือเทคโนโลยีสูงมาก ๆ ก่อนหน้านี้ปรับขึ้นไปเยอะแล้ว พอมีแรงขายก็ลงแรง แต่ของไทยเราไม่ได้มีโครงสร้างแบบนั้น ทำให้การปรับตัวลงไม่ได้แรงเท่าตลาดอื่น” นายศรพลกล่าว

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยหนุนจากสตอรี่ของประเทศ ทั้งแนวโน้มนโยบายภาครัฐที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น และภาพของการเป็นตลาดที่มีลักษณะ defensive ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยของตลาดอยู่ราว 4% ซึ่งถือว่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับภูมิภาค

ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ มองว่านโยบายภาครัฐจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะนโยบายที่มีลักษณะเป็นโครงการระยะยาว สามารถสร้างจุดแข็งและจุดขายใหม่ให้กับประเทศในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาดและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งจะเป็นโอกาสในระยะยาว

นอกจากนี้ มาตรการสำคัญที่จะช่วยหนุนตลาดทุนระยะยาว ได้แก่ โครงการส่งเสริมการออมระยะยาว (Thailand Individual Saving Account: TISA) ที่จะมาแทนกองทุน LTF โดยมีลักษณะเป็นเงินออมถาวร (permanent flow) และเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกลงทุนได้หลากหลาย ทั้งกองทุนรวม พันธบัตร และหุ้นรายตัว พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี

นายศรพลกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน ไทยยังมีจุดแข็งในฐานะ “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับการลงทุน โดยเฉพาะในมิติของการย้ายฐานการผลิตและการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ใหม่ ทั้งนี้ มองว่าช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงสำคัญที่ต้องติดตามผลกระทบจากราคาน้ำมันและปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด แต่หากสามารถผ่านช่วงความผันผวนนี้ไปได้ เศรษฐกิจและตลาดทุนไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวในระยะต่อไป

“ถ้าเรารักษาจุดแข็งตรงนี้ได้ ก็จะเป็นโอกาสสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในด้านการลงทุนและภาคการผลิต” นายศรพลกล่าว

การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป จะขึ้นอยู่กับความชัดเจนของนโยบายและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสื่อสารสตอรี่ของประเทศให้นักลงทุนเห็นภาพ ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะต้นทุนการผลิต ราคาสินค้า และแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงได้ยากขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานภาวะตลาดหุ้นไทยเดือนมีนาคม 2569 ว่า ดัชนี SET ปิดที่ 1,448.14 จุด ลดลง 5.24% จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนความกังวลของผู้ลงทุนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ดันราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในระดับที่น้อยกว่าตลาดหลักในเอเชีย และยังคงเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568

นายศรพล กล่าวว่า แม้ไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีมูลค่านำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสุทธิคิดเป็น 6% ของรายได้ประชาชาติ และกว่า 58% มาจากตะวันออกกลาง แต่การปรับตัวของดัชนีได้สะท้อนความเสี่ยงด้านพลังงานไปในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ การประเมินจากประมาณการกำไรในอนาคตของนักวิเคราะห์พบว่า ราคาหลักทรัพย์บางส่วนอาจปรับลดลงมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน แม้ว่าตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะปรับลดลงจากความกังวลด้านพลังงานไปมากแล้วก็ตาม อย่างไรก็ดี ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตาม ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาสินทรัพย์ในระยะถัดไป

ในด้านปัจจัยภายในประเทศ ตลาดได้รับแรงสนับสนุนจากความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความคล่องตัวในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการ 7 มาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เมษายน 2569

สำหรับภาพรวมการซื้อขาย มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของ SET และ mai ในเดือนมีนาคมอยู่ที่ 75,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.69% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ไตรมาส 1/2569 มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวัน 65,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% จากปีก่อน

ด้านพฤติกรรมผู้ลงทุน พบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 39,754 ล้านบาทในเดือนมีนาคม แต่ยังคงซื้อสุทธิสะสม 19,152 ล้านบาทตั้งแต่ต้นปี โดยนักลงทุนต่างชาติยังมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 53.85% รองลงมาคือผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 32.17% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.36% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.62%

ในเชิงมูลค่า ตลาดหุ้นไทยมี Forward P/E อยู่ที่ 14.96 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นเอเชียที่ 12.67 เท่า ขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ 16.40 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 16.36 เท่า ส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 4.25% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 2.94%

ด้านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนมีนาคม มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 714,006 สัญญา เพิ่มขึ้น 6.81% จากเดือนก่อน โดยได้รับแรงหนุนจาก SET50 Index Futures และ SET50 Index Options ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวัน 613,979 สัญญา เพิ่มขึ้น 47.47% จากปี 2568