เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Politics ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
การศึกษา รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
News กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
News กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
Real Estate แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
Finance “ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
Business ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
Politics สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
Politics ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
News กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
ดูทั้งหมด

เมื่อเฟดเลิกชี้นำตลาด : การเปลี่ยนแปลงแนวทางการสื่อสารในยุคเควิน วอร์ช

17 ก.ค. 2569 | 10:53น.
เฟด
คอลัมน์ : นั่งคุยกับห้องค้า
ผู้เขียน : ซาร่า ผลพิบูลย์
        ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย, CFA
        ธนาคารกสิกรไทย

การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกภายใต้การนำของประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช ที่นอกจากจะเป็นการประชุมช่วงที่เงินเฟ้อสหรัฐทะยานเหนือ 4% ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนสัญญาณการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินงานของเฟด โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร ภายใต้แนวคิดของวอร์ชที่ต้องการลดการสื่อสารกับตลาดเนื่องจากมองว่าการสื่อสารที่มากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาดในการดำเนินนโยบาย และอาจกลายเป็นการชี้นำตลาดที่มากเกินสมควร

แถลงการณ์หลังการประชุมมีความกระชับและสั้นลงกว่าครึ่ง ขณะที่วอร์ชไม่ได้ให้มุมมองแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า และไม่ได้ส่งคาดการณ์ดอกเบี้ยของตนเข้าสู่ Dot Plot ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ตลาดใช้ติดตามมุมมองของเฟดอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ปี 2012

นอกจากนี้ วอร์ชยังได้จัดตั้งคณะทำงานอิสระ 5 ชุด เพื่อทบทวนกรอบการดำเนินนโยบายและแนวทางการสื่อสาร ซึ่งรวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่เฟดใช้อ้างอิงและกรอบเงินเฟ้อ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ทำให้ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลการทบทวนดังกล่าวอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกรอบการดำเนินนโยบายและส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า

การลดการสื่อสารของเฟดแม้ในระยะแรกอาจทำให้ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น เนื่องจากต้องประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยจากข้อมูลเศรษฐกิจที่รายงานออกมาเป็นหลัก เช่น หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาดหรือการจ้างงานยังแข็งแกร่ง ตลาดก็อาจปรับเพิ่มความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่หากเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าคาดตลาดก็อาจเร่งคาดการณ์การลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ตอบสนองต่อข้อมูลมากขึ้นและอาจทำให้ความผันผวนของตลาดในระยะสั้นเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี จากมุมมองของเฟดการลดการสื่อสารอาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของการดำเนินนโยบายในระยะยาว เนื่องจากการให้สัญญาณล่วงหน้ามากเกินไปอาจทำให้เฟดถูกผูกมัดกับแนวทางที่เคยสื่อสารไว้ แม้ภาวะเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ตาม หากเฟดจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายจากที่เคยส่งสัญญาณไว้ ตลาดอาจตีความว่าเฟดขาดความสม่ำเสมอและกระทบต่อความน่าเชื่อถือได้ ดังนั้น การลดการชี้นำตลาดจึงอาจสะท้อนความพยายามของวอร์ชในการผลักดันให้การดำเนินนโยบายกลับมายึดหลักการ “พึ่งพาข้อมูลเศรษฐกิจ” มากกว่าการกำหนดทิศทางล่วงหน้า พร้อมทั้งช่วยลดแรงกดดันที่เฟดเผชิญในช่วงที่ตลาดกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางจากแรงกดดันทางการเมือง

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจถือเป็นการหันเหจากแนวทางการสื่อสารของเฟดที่ใช้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคของอดีตประธานเฟด เบน เบอร์นันเก้ (2006-2014) ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการชี้นำตลาดมากขึ้นหลังเกิดวิกฤตการเงินปี 2008 (Subprime Crisis) เพื่อช่วยกำหนดความคาดหวังของตลาดและเพิ่มประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน

อย่างไรก็ดี วอร์ชมองว่าการสื่อสารที่มากเกินไปอาจทำให้ตลาดให้ความสำคัญกับถ้อยแถลงของเฟดมากกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจ และอาจจำกัดความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ดี การลดการสื่อสารไม่ควรหมายถึงการยุติการชี้นำตลาดโดยสิ้นเชิง เนื่องจากการสื่อสารยังเป็นเครื่องมือสำคัญของธนาคารกลางในการกำหนดความคาดหวังของภาคธุรกิจและนักลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินเผชิญความผันผวนหรือความไม่แน่นอนสูง การส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรอบการดำเนินนโยบายสามารถช่วยลดความตื่นตระหนกและป้องกันไม่ให้ตลาดตีความข้อมูลเศรษฐกิจเกินกว่าที่ควร

ดังนั้น ความท้าทายของวอร์ชอาจไม่ใช่การเลือกระหว่าง “สื่อสารมาก” หรือ “สื่อสารน้อย” หากแต่เป็นการหาสมดุลระหว่างการรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายกับการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด การสื่อสารอย่างเหมาะสมในช่วงเวลาที่จำเป็นอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการชี้นำตลาดอย่างต่อเนื่อง หรือในทางกลับกันการปล่อยให้ตลาดตีความทุกอย่างด้วยตนเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การสื่อสาร ตลาด เฟด