เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เสียงแตกมีมติคงอัตราดอกเบี้ย ในกรอบ 3.75-4 % ตามตลาดคาดการณ์ ด้านเควิน วอร์ช ประธานเฟดระบุว่า เงินเฟ้อสูงเกินไป และยังรอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตัดสินนโยบายที่เหมาะสม
วันที่ 28 ต.ค.2026 เวลา 14.00 น. ตามเวลา EDT สหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับเวลา 01.00 น. วันที่ 29 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เผยผลการประชุมตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่า ที่ประชุมมีมติ 10 ต่อ 2 คงอัตราดอกเบี้ยทำให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 3.75-4 % ตามตลาดคาดการณ์ โดยให้น้ำหนักด้านราคา ซึ่งรอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประเมินทิศทางและตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2 % ได้ทันเวลา
กรรมการที่ลงมติคัดค้านการดำเนินนโยบายการเงินในครั้งนี้ ได้แก่ ลิซ่า ดี.คุก (Lisa D. Cook) และเบธ เอ็ม. แฮมแม็ก (Beth M. Hammack) ซึ่งเสนอให้ปรับขึ้นอีก 0.25 % ในการประชุมครั้งนี้
แถลงการณ์ FOMC
แถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง แม้ว่าความไม่แน่นอนจะยังคงอยู่ในระดับสูง ผลส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่การใช้จ่ายภายในประเทศยังคงมีความยืดหยุ่นและมั่นคง การเติบโตของผลิตภาพอยู่ในเกณฑ์ดี และการลงทุนในสินทรัพย์ทุนมีความคึกคัก ด้านการจ้างงานมีการขยายตัวสอดคล้องกับจำนวนแรงงานในตลาด ในขณะที่อัตราการว่างงานแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง
“อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง คณะกรรมการรอการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อสามารถกำหนดแนวทางนโยบายที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2 % ทันเวลา ทั้งนี้ คณะกรรมการมุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพด้านราคาให้เกิดขึ้นจริง” แถลงการณ์ระบุ
ประธานเฟดแถลงข่าวและตอบคำถาม
เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า “อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงเกินไป” โดยอ้างอิงถึงความเคลื่อนไหวของราคาพลังงานในช่วงที่ผ่านมา
“ในด้านการจ้างงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักสองประการของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สถานการณ์ถือว่าค่อนข้างเป็นบวก แต่ในขณะเดียวกัน ชาวอเมริกันยังคงต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายของคณะกรรมการมาเป็นเวลาเกือบหกปีแล้ว ดังนั้น จึงเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง” วอร์ชกล่าว
วอร์ชระบุอีกว่า เศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งขึ้น โดยคาดว่า GDP ในไตรมาส 3 จะเติบโตมากกว่า 3% ขณะที่การลงทุนภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นในอัตราเลขสองหลัก