ธปท. ชี้แจงกรณีประเทศไทยยังติดเกณฑ์ ‘Monitoring List’ ถูกสหรัฐจับตาแทรกแซงค่าเงิน
ธปท. ชี้แจงกรณีประเทศไทยยังติดเกณฑ์ “Monitoring List” ถูกสหรัฐจับตาแทรกแซงค่าเงิน ยันข้อมูลล่าสุด เหลือติดแค่เกณฑ์เกินดุลการค้าเกณฑ์เดียว แต่ต้องรออัพเดตในรายงานฉบับหน้า
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงการคลังสหรัฐ ออกรายงานล่าสุด ว่าไทยอยู่ติดใน Monitoring List หรือประเทศที่ถูกจับตาใกล้ชิดเกี่ยวกับนโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยนนั้น
สถานการณ์ล่าสุด ไทยเข้าเกณฑ์เพียง 1 จากใน 3 เกณฑ์ คือ เกินดุลการค้ากับสหรัฐ ที่เกินดุลต่อเนื่อง แต่หลุดจากเกณฑ์เรื่องการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกิน 3% แล้ว
“ครั้งก่อน เราติด 2 เกณฑ์ คือ 1.เกินดุลการค้ากับสหรัฐ 2.ดุลบัญชีเดินสะพัดเกิน 3% ส่วน 3.แทรกแซงค่าเงินต่อเนื่อง ไม่ติด”
อย่างไรก็ดี ข้อมูลล่าสุดไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงแล้ว จากครั้งก่อนที่เกินดุลไป 3.8% แต่ล่าสุด ลดลงเหลือ 2.8% จึงไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว
“การที่ไทยยังติดอยู่ใน Monitoring List เพราะเกณฑ์ของสหรัฐบอกว่า ถ้าเคยติดจะต้องติดอยู่อย่างน้อยใน 2 รอบรายงานติดต่อกัน เพื่อที่เขาจะได้ติดตามอย่างใกล้ชิด แต่สามารถพิจารณาถอดออกได้ ถ้าจากนี้เราไม่ได้กลับมาติดเกณฑ์อะไรเพิ่มอีก ก็คิดว่าในรายงานฉบับต่อไป ที่เป็นข้อมูลเดือน พ.ค.-มิ.ย. ไทยน่าจะติดแค่ 1 ใน 3 เกณฑ์”
โฆษก ธปท. กล่าวว่า ในเดือน มิ.ย. 2569 ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อนที่ขาดดุล 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังหมดช่วงส่งกลับกำไรและเงินปันผลของบริษัทต่างชาติที่มาลงทุนในไทย ขณะที่ภาพรวมไตรมาส 2 ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลที่ 17.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่สถานการณ์ค่าเงินบาทเดือน มิ.ย. อ่อนค่าลงจากเดือนก่อนหน้า หลังแถลงการณ์การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และในเดือน ก.ค. ล่าสุด ค่าเงินบาทอ่อนค่าจากภาวะ Risk-off หลังสถานการณ์สงครามกลับมาตึงเครียด
“ดัชนีค่าเงินบาทในเดือน มิ.ย.-ก.ค. เฉลี่ยลดลงเล็กน้อย สะท้อนว่าเงินบาทอ่อนค่ามากกว่าคู่ค้าคู่แข่ง ซึ่งจะมีผลในแง่การนำเข้าพลังงานที่ราคาสูง”