เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อรถ EV รุ่นแรกเริ่มเก่า ไทยพร้อมรับมือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือยัง ?
Automotive เมื่อรถ EV รุ่นแรกเริ่มเก่า ไทยพร้อมรับมือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือยัง ?
ไทยครองแชมป์ 2 ปีซ้อน จุดหมายฤดูร้อนชาวยุโรป
Business ไทยครองแชมป์ 2 ปีซ้อน จุดหมายฤดูร้อนชาวยุโรป
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
Business ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
Economic เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ดูทั้งหมด

‘ศุภวุฒิ’ จี้รัฐบาลผลักดัน ‘Longevity Economy’ เป็นเครื่องยนต์ใหม่ดันเศรษฐกิจไทย-แนะ 4 ข้อ ปรับภาพลักษณ์ประเทศ

05 ส.ค. 2569 | 16:53น.
ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒน์ จี้รัฐบาลผลักดัน “Longevity Economy” เป็นเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ชี้ดีกว่าไปแข่งผลิตกับประเทศที่เก่งกว่า รวมถึงจะช่วยแก้ปัญหาสังคมสูงวัย-งบฯ ค่ารักษาพยาบาลพุ่งไม่เลิก แนะทำ 4 เรื่อง สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยให้คนทั่วโลกเกิดความเชื่อว่ามาอยู่ไทยแล้วจะสุขภาพดี-อายุยืน

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในหัวข้อ “Longevity Economy : โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย” ในงานสัมมนา “NEW TOURISM NEW ECONOMY เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย” จัดโดย “มติชน” ว่า Longevity Economy (ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยประชากรที่มีอายุยืนยาวขึ้น) จะเป็นโอกาสของประเทศไทย ซึ่งหากคำนวณจากภาคการท่องเที่ยวและ Wellness (ธุรกิจด้านสุขภาพ) รวมกัน มีสัดส่วนถึง 30% ของ GDP จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้

โดยแนวโน้มประเทศไทยกำลังประสบปัญหาสังคมสูงอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตอนนี้อยู่ที่ 14.5 ล้านคน อีก 15 ปีข้างหน้าจะเป็น 20 ล้านคน ขณะเดียวกันยังเผชิญกับปัญหาประชากรที่ลดลง จากประชากรเกิดใหม่น้อยประชากรที่เสียชีวิต โดยคาดว่าในปี 2040 จะเหลือประชากรประมาณ 64 ล้านคน รวมถึงสัดส่วนประชากรที่อยู่ในวัยทำงานก็ลดลงเรื่อย ๆ

ขณะที่ภาพเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาค่อนข้างขยายตัวได้ต่ำ ภาคอุตสาหกรรมการผลิตในปัจจุบันไม่ได้เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ขณะที่รัฐบาลก็ขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น เพราะรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่รายได้ลดลง ในขณะที่รายจ่ายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก

“ผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยในระบบบัตรทอง พบว่าผู้ป่วยที่มีค่าใช้จ่ายสูง Top 5% ของผู้ป่วยในทั้งหมด เป็นผู้ใช้ทรัพยากรและงบประมาณด้านสุขภาพถึงเกือบ 50% ของงบประมาณรวมในแต่ละปี”

ดร.ศุภวุฒิกล่าวว่า ดังนั้น หากผลักดันเรื่อง Longevity Economy ทำให้คนสูงอายุมีสุขภาพดีขึ้น ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ค่าใช้จ่ายดูแลสุขภาพก็จะลดลง จากปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายบัตรทองเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6% ส่วนของข้าราชการเพิ่มขึ้นปีละ 5% ซึ่งแปลว่าต้องทำให้เศรษฐกิจโตเท่า ๆ กัน หรือมากกว่า เพื่อจะดูแลค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ แต่เศรษฐกิจไทยโตต่ำมาก

“การจะเป็น Wellness Economy ก็ต้องภาพลักษณ์ประเทศไทย ที่คนไทยดูดี ไม่อ้วน สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง อายุยืน ทำให้คนทั่วโลกเกิดความเชื่อว่ามาอยู่ประเทศไทยแล้วจะสุขภาพดีและอายุยืน แปลว่าต้องดูแลสุขภาพ ไม่ใช่การรักษาผู้ป่วย”

ดร.ศุภวุฒิกล่าวว่า การจะเป็น Wellness Economy มีสิ่งที่ต้องทำอย่างน้อย 4 เรื่องคือ

1.เน้นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ ในเชิงของการต่อยอดคุณภาพของชีวิต มากกว่าส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงปริมาณ

2.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมทั้งความปลอดภัยจากการถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกโกง ให้นักท่องเที่ยวพูดกันปากต่อปากว่าประเทศไทยปลอดภัย

3.ปรับปรุงหน่วยงานของรัฐให้เป็น Facilitator ให้กับภาคเอกชน ไม่ใช่เป็นแค่ Regulator เช่น สำนักงานอาหารและยา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมเรื่องของสมุนไพรไทย แพทย์แผนไทย และการเป็นครัวของโลก เป็นต้น

4.หากจะให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub จะต้องเร่งผลิตบุคลากรทางการแพทย์และเพิ่มการใช้เทคโนโลยี รวมทั้งการรวมศูนย์ข้อมูลสุขภาพของประชาชน และต้องเก็บภาษีจากชาวต่างชาติที่มารักษาพยาบาลที่ประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเสมอภาคกับคนไทย

“4 อย่างนี้ถ้าทำก็จะเปิดโอกาสในการขยายกิจการ ขยายการลงทุน Wellness ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้ รัฐบาลต้องปรับจากการจะไปแข่งขันกับประเทศที่เขาทำอุตสาหกรรมเก่ง ๆ แล้วมาทำภาคบริการ” ดร.ศุภวุฒิกล่าว