อุ้มคนจนกู้บ้านดอกเบี้ยถูก ธนารักษ์ดึงออมสิน-ธอส.หนุน

ธนารักษ์ห่วงคนจนกู้ซื้อบ้านคนไทยประชารัฐไม่ผ่าน ดึงออมสินปล่อยซอฟต์โลนให้ดีเวลอปเปอร์ หนุนปล่อยกู้ต่อผู้ซื้อ ชูผ่อนดาวน์ 3 ปีก่อนโอนเข้าแบงก์ เผยยอดผู้ขอกู้ “ธอส.-ออมสิน” กว่า 2 พันราย ผ่านเบื้องต้น 180 ราย เป็นโครงการประจวบฯ

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความคืบหน้าโครงการบ้านคนไทยประชารัฐ ว่า ขณะนี้กรมธนารักษ์ได้ลงนามกับผู้ลงทุนไปแล้ว 5 พื้นที่ที่เป็นโครงการนำร่อง ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงราย ขอนแก่น และเชียงใหม่ โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการดำเนินการก่อสร้างแล้ว ส่วนที่อื่น ๆ อยู่ระหว่างขออนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) รวมถึงออกแบบ

ขณะที่การให้เงินกู้แก่ผู้ที่จองซื้อบ้านนั้น มีแนวคิดให้ธนาคารออมสินเข้ามาสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน (ซอฟต์โลน) แก่ผู้ประกอบการ (ดีเวลอปเปอร์) ที่ลงทุนสร้างบ้านคนไทยประชารัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการปล่อยกู้แก่ผู้ซื้อเพื่อผ่อนดาวน์ก่อน 2-3 ปี จากนั้นจึงโอนมาเป็นลูกหนี้สถาบันการเงิน

“ตอนนี้กังวลว่า ผู้กู้โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะกู้ไม่ผ่าน เนื่องจากเกณฑ์ ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย) กำหนดให้วางเงินดาวน์ (LTV) ที่เข้มขึ้น ดังนั้น หากให้ซอฟต์โลนผู้ประกอบการไปปล่อยกู้ลูกค้าก่อน เขาก็จะสามารถซื้อบ้านได้” นายอำนวยกล่าว

นางสาวอมรรัตน์ กล่ำพลบ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้ส่งรายชื่อผู้จองสิทธิบ้านคนไทยประชารัฐ ที่ต้องการขอกู้เงินจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน ไปให้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อแล้วจำนวนรวม 2,210 ราย ใน 4 โครงการด้วยกัน คือ บ้านคนไทยประชารัฐ จังหวัดชลบุรี 162 ราย เชียงใหม่ 1,645 ราย เชียงราย 223 ราย และประจวบคีรีขันธ์ 180 ราย

“ในส่วนของประจวบฯ แบงก์พิจารณาคำขอสินเชื่อเบื้องต้นแล้ว 180 ราย โดยทุกรายผ่านการประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น หรือ preapprove ไปแล้ว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่แบงก์สามารถปล่อยกู้ซื้อบ้านในโครงการได้ ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มตามที่เราจัดลำดับไว้ คือ 1.ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ 2.ผู้มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาทต่อเดือน” นางสาวอมรรัตน์กล่าว

ทั้งนี้ หากมีผู้ที่กู้ไม่ผ่าน ทางกรมจะให้สิทธิแก่ผู้ประกอบการที่ทำโครงการตัดสินใจเอง ว่าจะรับผู้ที่กู้แบงก์ไม่ผ่านเป็นลูกค้าหรือไม่ ซึ่งอาจจะพิจารณาประเด็นอื่นประกอบ เช่น การเปลี่ยนไปกู้สหกรณ์ ยืมญาติ หรือมีช่องทางการเงินอื่น เพื่อนำมาใช้ซื้อบ้านก็ได้ เป็นต้น

สำหรับโครงการ “บ้านคนไทยประชารัฐ” เน้นลูกค้าเป้าหมาย 3 กลุ่ม ได้แก่

1) ผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

2) ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาทต่อคนต่อเดือน และ 3) คนทั่วไป ให้ได้มีที่อยู่อาศัยของตนเองบนที่ดินราชพัสดุ

โดยกรมธนารักษ์ได้กำหนดรูปแบบการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเป็นบ้านแฝด/บ้านแถว/อาคารชุดพักอาศัย มีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 28 ตารางเมตร ในระดับราคา 350,000-700,000 บาทต่อหน่วย รวมทั้งกำหนดให้มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางไม่เกิน 30% ของพื้นที่โครงการ เพื่อรองรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น และ/หรือเป็นประโยชน์ต่อโครงการ

Previous articleแบรนด์ดังจับมือรักษ์โลก ชูเทคโนฯพลาสติกเอนไซม์
Next articleสิ่งดี ๆ กำลังจะเกิดที่ “น่าน”