เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
Politics ‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
World บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
Economic ‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
Biz Movement เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านส่อแววไม่บานปลาย
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านส่อแววไม่บานปลาย
SET วันนี้ (13 ก.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด สงครามยังกดดัน
Finance SET วันนี้ (13 ก.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด สงครามยังกดดัน
การบินไทยยกระดับ “รอยัล ออคิด พลัส” สู่ New Chapter : Power of Plus คุณค่าที่มากกว่า “สะสมไมล์”
Economic การบินไทยยกระดับ “รอยัล ออคิด พลัส” สู่ New Chapter : Power of Plus คุณค่าที่มากกว่า “สะสมไมล์”
วิกฤตสารพิษข้ามพรมแดน ทุบหม้อข้าว ‘คนลุ่มน้ำกก’
Economic วิกฤตสารพิษข้ามพรมแดน ทุบหม้อข้าว ‘คนลุ่มน้ำกก’
“ชัชชาติ” สั่งเร่งยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตเหตุสลดโรงเบียร์ จ่อรื้อโซนนิ่งสถานบันเทิง
Economic “ชัชชาติ” สั่งเร่งยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตเหตุสลดโรงเบียร์ จ่อรื้อโซนนิ่งสถานบันเทิง
ดูทั้งหมด

สงครามการค้าสหรัฐกับเม็กซิโกจบ แต่ยังมีนัยแฝงที่ต้องติดตาม

18 มิ.ย. 2562 | 11:30น.

คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก

โดย ขวัญใจ เตชเสนสกุล EXIM BANK

ตลอดเวลากว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างจับจ้องไปที่ประเด็นสงครามการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโก ภายหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเส้นตายที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก 5% ในวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งแม้ในท้ายที่สุดทุกอย่างจะจบลงด้วยดี เมื่อสหรัฐประกาศยุติแผนการขึ้นภาษีนำเข้าดังกล่าว 2 วันก่อนถึงเส้นตาย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนี้มีประเด็นที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการดำเนินนโยบายของสหรัฐที่น่าสนใจในหลายประเด็น ได้แก่

นัยเชิงนโยบายต่างประเทศ สหรัฐพร้อมที่จะใช้สงครามการค้าในการเจรจาข้อพิพาทที่มีกับประเทศอื่น ซึ่งข้อพิพาทนั้นไม่ได้จำกัดแค่เรื่องการค้า สะท้อนได้จากการประกาศสงครามการค้ากับเม็กซิโกในรอบล่าสุดที่มีเหตุมาจากประเด็นผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ทั้งจากเม็กซิโกและอเมริกากลางที่หลั่งไหลผ่านเม็กซิโกเข้าไปในสหรัฐจำนวนมาก ซึ่งคนเหล่านี้ได้เข้ามาแย่งงานชาวอเมริกัน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สหรัฐหันมาใช้การปรับขึ้นภาษีนำเข้าเพื่อให้เม็กซิโกเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่าวิธีการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศที่สหรัฐต้องเสียงบประมาณของตนเอง ขณะเดียวกันยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการปิดหน่วยงานราชการ (government shutdown) ของสหรัฐ ในระยะถัดไป หลังจากในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึงมกราคม 2562 ที่ผ่านมา มีการปิดหน่วยงานราชการของสหรัฐยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 35 วัน โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านในประเด็นเรื่องงบประมาณในการสร้างกำแพงข้างต้น

– นัยทางการค้า อาจมองได้ 2 แง่มุม คือ 1) การที่สหรัฐยกเลิกการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกในครั้งนี้ รวมถึงการยกเลิกการปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากเม็กซิโกและแคนาดา พร้อมทั้งเลื่อนการปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นและยุโรปในช่วงก่อนหน้า สะท้อนได้ว่าสหรัฐเริ่มเปลี่ยนท่าทีและพยายามผูกมิตรกับคู่ค้าอื่น ๆ มากขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านการค้าโดยรวม หากสหรัฐจำเป็นต้องปรับขึ้นภาษีจากจีนที่เหลือทั้งหมดอีกกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการประชุม G20 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ 2) เหตุการณ์ข้างต้นเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าการลดการขาดดุลการค้าอาจไม่ใช่เหตุผลหลักของสหรัฐ ในการทำสงครามการค้ากับประเทศต่าง ๆ สังเกตได้จากกรณีเม็กซิโกที่แม้ว่าเม็กซิโกเป็นประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีมูลค่าขาดดุลสูงเป็นอันดับ 2 รองจากจีน แต่สหรัฐก็พร้อมยอมอ่อนข้อให้หากมีข้อแลกเปลี่ยนอื่น ๆ ที่น่าพอใจ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ให้กับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนก็เป็นได้ หากจีนมีข้อแลกเปลี่ยนอื่น ๆ ที่ทำให้สหรัฐพอใจได้นอกเหนือจากความพยายามลดการขาดดุลการค้าซึ่งสูงถึง 4.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2561 (คิดเป็น 85% ของ GDP ไทย) ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะลดลงเหลือศูนย์ในระยะเวลาอันสั้น แต่ข้อเสนอที่สหรัฐต้องการมากกว่าคือ การค้าแบบยุติธรรม (fair trade) โดยเฉพาะการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับให้บริษัทสหรัฐที่ลงทุนในจีนต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งหากจีนเสนอมาตรการป้องปรามที่มีประสิทธิภาพและตรงใจสหรัฐในประเด็นข้างต้นได้ ก็อาจช่วยให้สงครามการค้ายุติได้เช่นกัน

– นัยทางการเงิน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องสู่ระดับ 2.25-2.5% ในช่วงเดือนธันวาคม 2561 และมีการคาดการณ์ ณ ตอนนั้นว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้งในปี 2562 อย่างไรก็ตาม หลังจากการประกาศสงครามการค้ารอบล่าสุดกับจีนในเดือนพฤษภาคม รวมถึงการประกาศจะทำสงครามการค้ากับเม็กซิโก ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ Fed เริ่มมีทีท่าว่าจะหันมาใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอีกครั้ง ล่าสุดผลสำรวจของ Bloomberg พบว่านักเศรษฐศาสตร์ถึง 93% เชื่อว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอาจกลับทิศจากขาขึ้นเป็นขาลงได้

แม้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและเม็กซิโกจะจบลงด้วยดี แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การดำเนินนโยบายในด้านต่าง ๆ ของสหรัฐที่แตกต่างจากอดีต และมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์ทั้งเชิงรับ และเชิงรุกให้ทันท่วงที ผ่านการป้องกันความเสี่ยงและการพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อให้อยู่รอดได้ ในท่ามกลางสมรภูมิการค้าที่มีความดุเดือดและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Disclaimer : คอลัมน์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของ EXIM BANK

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้า