หุ้นแบงก์บวกสวนตลาด โบรกฯ ลุ้น ECB ลดดอกเบี้ย
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 ก.ย.62 ปิดตลาดที่ 1,665.93 จุด ลดลง 5.29 จุด หรือลดลง 0.32% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 58,277.80 ล้านบาท โดยชี้ว่าวันนี้เริ่มเห็นการเทขายทำกำไรออกมา ส่วนกลุ่มที่ปรับลดลงกดดันตลาดที่สุดคือกลุ่มสื่อสาร (ICT) ได้แก่ TRUE ลดลง 4.31% ADVANC 2.98% และ INTUCH 2.21% หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นใกล้ราคาเหมาะสมไปแล้ว ขณะที่กลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่นักลงทุนสลับเข้าถือ เนื่องจากราคาหุ้นยังปรับขึ้นไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับตลาด (Laggard) ส่งผลให้วันนี้ราคาหุ้นของกลุ่มธนาคารปรับขึ้นสวนตลาด โดย KBANK ราคาปรับเพิ่มขึ้น 3.21% BBL 1.48% และ SCB 1.30%
ส่วนปัจจัยแวดล้อมที่ต้องติดตามให้น้ำหนักกับปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางยุโปร (ECB) ในวันที่ 12 ก.ย.62 โดยตลาดคาดหวังว่า ECB จะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.1% และการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ส่วนการประชุม OPEC ที่จะจัดขึ้นในวันเดียวกัน คาดว่าจะมีการพูดคุยกันถึงการลดกำลังการผลิตน้ำมันลงในระยะถัดไป ในส่วนของปัจจัยในประเทศมองว่ายังไร้ปัจจัยใหม่ โดยชี้ว่าจะต้องติดตามผลของมาตรการรัฐ เช่น “Thailand Plus” ที่ออกมาล่าสุด
ขณะที่ภาพรวมของตลาดในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ย.62) คาดว่าจะพักตัวต่อเนื่องเพื่อรอความชัดเจนของปัจจัยต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม พบว่านักลงทุนต่างชาติเปิดสถานะ “Long Position” ในการซื้อขาย SET50 Index Futures ติดต่อกัน 9 วัน กว่า 7.2 หมื่นล้านสัญญา สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย
ด้านกลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะนำเลือกลงทุนรายตัว “Selective Buy” ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ PTT ที่ราคาเป้าหมาย 53.00 บาท โดยชี้ว่าได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น รวมถึงราคาหุ้นยังให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้าง laggard เมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ ตลาดยังคาดหวังว่า PTT จะจ่ายปันผลระหว่างกาลช่วงปลายเดือน ก.ย.62 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่จ่ายในปี 2562 ส่งผลให้ราคาหุ้นมีความเสี่ยงที่จะปรับลดลง (Downside Risk) จำกัด
นอกจากนี้ ยังแนะนำ AMATA ที่ราคาเป้าหมาย 35.70 บาท ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการลงทุนของรัฐ และเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) และสุดท้าย JWD ที่ราคาเป้าหมาย 12.30 บาท เชื่อว่าได้ประโยน์จากมาตรการกระตุ้นของรัฐเช่นกัน รวมทั้งมีระบบขนส่งโลจิสติกส์ในพื้นที่อีอีซีอีกด้วย