“คลัง” เชื่อแพ็กเกจมาตรการอุ้มจีดีพีโตสูงกว่า 0.5% แจง “ฮ่องกง-สิงคโปร์” ก็แจกเงิน
“คลัง” เชื่อออกมาตรการชุดใหญ่กระตุ้นเศรษฐกิจดีขึ้น หลังกสิกรหั่นเป้าจีดีพีทั้งปี’63 เหลือเพียง 0.5% ชี้ “แจกเงิน” เป็น 1 ใน 10 ของชุดมาตรการ ต่างประเทศก็ทำ มั่นใจดูแลครอบคลุม รับมือพิษโควิด-19 ได้
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจทั้งปี 2563 โตที่ 0.5% เท่านั้น เป็นเพียงการประเมินสถานการณ์ ณ ขณะนี้เท่านั้น แต่เชื่อว่าเมื่อรัฐบาลออกแพ็กเกจชุดมาตรการขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณระดับหลายแสนล้านบาท ที่จะนำเรียนเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ วันที่ 6 มี.ค.นี้ และเสนอให้ครม.อนุมัติมาตรการได้ในวันที่ 10 มี.ค.63 จะส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับประมาณการณ์จีดีพีใหม่อีกครั้ง
“เวลาที่ประเมิน เขาประเมินตามสิ่งที่เห็น ณ วันนี้ ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลยก็คงจะเหลือ 0.5% แต่รัฐบาลก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ และเขาก็ยังไม่เห็นมาตรการที่จะออกมา แต่เชื่อว่าถ้าเขาเห็นมาตรการชุดนี้ออกไปจะต้องมีการปรับตัวเลขใหม่” นายลวรณ กล่าว
นอกจากนี้ ขอชี้แจงในเรื่อง “แจกเงิน” ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเพียง 1 ใน 10 เรื่อง ที่กระทรวงการคลังได้เตรียมชุดมาตรการ “ดูแลและเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ชุดที่ 1” เท่านั้น ซึ่งชุดมาตรการที่เตรียมไว้เชื่อว่าครอบคลุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และประชาชนที่เจ็บป่วยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย โดยในต่างประเทศก็มีการแจกเงินประชาชน เพื่อนำไปจับจ่ายซื้อของในสิ่งที่จำเป็น อย่างเช่น ฮ่องกง แจกเงินสด 40,500 บาทต่อราย, สิงคโปร์ แจกเงินสด ประมาณ 3,000-7,000 บาทต่อราย เป็นต้น
พร้อมกันนี้ ชุดมาตรการที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอครม.เศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ ยังมีทั้งมาตรการทางการเงิน เช่น การออกซอฟต์โลน คาดว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 3% เป็นต้น และมาตรการทางการคลัง เช่น การจูงใจด้วยภาษี ซึ่งเชื่อว่าจะบรรเทาผลกระทบประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างครอบคลุม และตอบโจทย์ โดยเฉพาะธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากกระทรวงการคลังได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนแล้ว และชุดมาตรการส่วนใหญ่เป็นข้อเสนอของภาคเอกชน
ทั้งนี้ งบประมาณที่กระทรวงการคลังจะนำมาใช้ประกอบด้วยหลายส่วน อย่างไรก็ดี อาจจะมีการพิจารณาใช้งบมาตรา 28 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังได้ หรือใช้งบกลาง หรือกู้สถาบันการเงินของรัฐ เป็นต้น ซึ่งไม่สามารถระบุวงเงินชัดเจนได้ว่าจะใช้จำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากกระทรวงการคลังเป็นเป็นเพียงผู้เสนอแนวทาง หลังจากนั้นจะต้องรอติดตามจากการประชุมครม.เศรษฐกิจว่าจะมีความเห็นอย่างไร