3 มาตรการสกัดบาทแข็งธปท.สำคัญอย่างไร
ธปท.เผย 3 มาตรการสกัดบาทแข็งมีข้อดี เชื่อเปิดบัญชี FCD เสรีช่วยผู้ประกอบการจัดการเงินยื่นหยุ่น-กระจายการลงทุนรายย่อย ยันมาตรการลงทะเบียนซื้อขายไม่ได้ปิดกั้นการลงทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า 3 มาตรการที่ธปท.ได้ออกมานั้น มีความสำคัญอย่างไร ได้แก่
1) การเปิดเสรี FCD จะส่งผลดีกับหลายฝ่าย
(1) ผู้ประกอบการที่ต้องบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและมีต้นทุนลดลง เนื่องจากสามารถเก็บรายรับที่เป็นเงินตราต่างประเทศหรือแลกเงินตราต่างประเทศเก็บไว้ก่อนได้ และสามารถแลกกลับเป็นเงินบาทได้ในยามที่ต้องการทันที
(2) นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้น
(3) ประชาชนจะสามารถแลกเงินตราต่างประเทศเก็บไว้เพื่อใช้ในการเดินทางและซื้อสินค้าบริการในต่างประเทศ รวมถึงการโอนระหว่างกันได้
2) การเปิดให้นักลงทุนรายย่อยคนไทยไปลงทุนยังต่างประเทศหรือลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศได้มากขึ้น เป็นการสร้างสมดุลให้กับเงินทุนเคลื่อนย้ายของประเทศ
ที่ผ่านมา คนไทยส่วนใหญ่มักลงทุนในประเทศเป็นส่วนใหญ่ (home bias) ซึ่งทำให้กระจายความเสี่ยงได้ไม่มากนัก การที่สามารถออกไปลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น จะช่วยให้นักลงทุนรายย่อยของไทย มีทางเลือกทำให้ช่วยกระจายความเสี่ยงของการลงทุนได้
อย่างไรก็ดี การที่จะทำให้คนไทยมั่นใจออกไปลงทุนยังต่างประเทศและบริหารความเสี่ยงได้ ต้องทำให้ระบบและตลาดมีเสถียรภาพ ไม่ผันผวน ทางการจึงต้องเท่าทันข้อมูลต่าง ๆ ของตลาด เพื่อให้ติดตามรู้ตัวตนของผู้ร่วมตลาดได้ โดยเฉพาะในตลาดบอนด์
3) การให้นักลงทุนมาลงทะเบียนก่อนการซื้อขาย: ทำไมต้องเป็นตลาดบอนด์
ตลาดบอนด์เป็นตลาดที่มีผู้เล่นหลากหลาย ทั้งกลุ่ม real money ที่ต้องการลงทุนจริง ผู้เล่นระยะสั้น และผู้เล่นที่เก็งกำไร ซึ่งการที่มีผู้เล่นหลากหลายนับเป็นผลดีกับตลาด แต่ในบางช่วงก็อาจมีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดการเงินได้ สร้างความผันผวน และส่งผลต่อการทำงานของตลาด เราจึงมองว่านักลงทุนควรต้องมาลงทะเบียน เพื่อให้ทางการได้ทราบว่าผู้เล่นเป็นใครบ้าง
มาตรการนี้ ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะปิดกั้นการลงทุน ทุกคนยังสามารถเข้ามาลงทุนได้เช่นเดิม เพียงแต่ขอให้มาลงทะเบียนในครั้งแรกก่อนทำการซื้อขายตราสารหนี้
ทั้งนี้ ไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่ดำเนินการเช่นนี้ หลายประเทศที่อยากมั่นใจในเรื่องเสถียรภาพของตลาดก็มีระบบนี้อยู่แล้ว เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไต้หวัน เดิมเราเปิดให้เข้ามาลงทุนได้อย่างเสรีไม่ต้องแจ้งต่อทางการก่อน ทำให้ทางการไม่ทราบตัวตน และเกิดความไม่สมดุลระหว่างการลงทุนระหว่างคนในประเทศและต่างประเทศ เรารู้จักคนไทยที่ออกไปลงทุนต่างประเทศ แต่เรายังไม่รู้ตัวตนของนักลงทุนต่างประเทศ เราควรต้องรู้จักนักลงทุนที่เข้าออกประเทศเราให้เท่าๆ กัน