ประธาน​สภา​ตลาด​ทุน​เตือนศึก​ษาพื้นฐาน​ก่อนลงทุน​หุ้น​ DELTA

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร​ ประธาน​สภา​ธุรกิจ​ตลาด​ทุน​ไทย​ (FETCO)​ โพสต์​เฟซบุ๊ก​ส่วนตัว​ เตือนการลงทุนในหุ้น DELTA หรือ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ว่าควรศึกษาปัจจัยพื้นฐานให้รอบคอบ

หุ้น DELTA ขยับขึ้นร้อนแรงเกือบ 1,000% ในปีนี้ และมากกว่า 200% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

DELTA หรือ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทลูกของ DELTA Electronics (Taiwan) ซึ่งถือหุ้นใน DELTA มากกว่า 70%

DELTA ประกอบธุรกิจผลิตและให้บริการออกแบบธุรกิจโซลูชั่นส์สำหรับการจัดการพลังงานและการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทมีความเชี่ยวชาญทางด้านการผลิต Power supply เป็นหลัก

สาเหตุที่หุ้น DELTA ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา คาดว่ามาจากประเด็นหลักๆ 3 ประเด็น คือ

1. ผลประกอบการที่เติบโตแข็งแกร่งหลังจากทำจุดสูงสุดใหม่ในช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมา โดยไตรมาสสอง มีกำไรสุทธิ 2,021 ล้านบาท (+132% YoY) และไตรมาสสาม มีกำไรสุทธิ 2,642 ล้านบาท (+327%YoY )

2. แนวโน้มอุตสาหกรรม Electric Vehicle ในหลายๆประเทศที่สดใสจากนโยบายการสนับสนุนต่างๆของรัฐบาลทั่วโลก คาดว่าจะช่วยสร้างรายให้บริษัทอย่างมากในอนาคตเนื่องจาก DELTA เป็นผู้ผลิตสินค้าจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับ EV เช่น เครื่องชาร์จที่ติดตั้งในตัวรถ (On board Charger), Fans และ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (Charging station)

3. การที่ DELTA ถูกนำเข้าไปคำนวนในดัชนีต่างๆได้แก่ MSCI (มีผล 21 ธ.ค.) และ SET50 (มีผลต้นปี 2564) จากการที่มีมูลค่าตลาดและสภาพคล่องผ่านเกณฑ์ต่างๆ มีผลดึงดูดเม็ดเงินลงทุนของกองทุนต่างชาติให้เข้าลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนจากสัดส่วนการถือหุ้นโดยนักลงทุนต่างประเทศที่สูงถึง 96-97% ในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 10 เท่าตัวของ DELTA ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่สูงหลายพันล้าน ทำให้ปัจจุบันค่า Forward P/E อ้างอิงจาก Bloomberg consensus ในปี 2564-65 สูงถึง 89.1-79.0 เท่า เทียบกับ DELTA ไต้หวันที่เป็นบริษัทแม่ที่ซื่อขายอยู่ที่ 22.4-19.4 เท่า นั้นดูจะสูงเกินไปมาก

มูลค่าตลาด (Market Cap) ของ DELTA ยังสูงถึง 6.98 แสนล้านบาท ใกล้เคียงบริษัทแม่ DELTA ไต้หวันที่ 7.09 แสนล้านบาท ทั้งที่กำไรสุทธิของบริษัทแม่ มากกว่าของ DELTA เกือบ 4 เท่า

ประมาณการกำไรสุทธิของ DELTA อ้างอิง Bloomberg consensus ในปี 2564 อยู่ที่ 7,741-9,571 ล้านบาท (เฉลี่ย 8,178 ล้านบาท) ปี 2565 อยู่ที่ 8,723-11,103 ล้านบาท (เฉลี่ย 9,395 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นเพียง 26% ของ DELTA ไต้หวันที่ในปี 2564 อยู่ที่ 25,411-37,497 ล้านบาท (เฉลี่ย 31,244 ล้านบาท) ในปี 2565 อยู่ที่ 29,670-43,528 ล้านบาท (เฉลี่ย 36,487 ล้านบาท)

ราคาเหมาะสม (Target Price) ของ DELTA อ้างอิง Bloomberg consensus จากบริษัทหลักทรัพย์ 10 แห่งประเมินไว้ที่ 150-263 บาท (เฉลี่ย 191.2 บาท) ตำ่กับราคาหุ้นปัจจุบันของ DELTA ที่ 560 บาท เกือบ​ 65%

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หุ้น DELTA ร้อนแรงเกินพื้นฐานอย่างมาก น่าจะเป็นเพราะระดับ Free Float (FF) ของบริษัทที่ต่ำมาก

จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ บริษัทมี FF ที่ 22.35% ถึงแม้ตัวเลขนี้จะดูไม่ต่ำมาก แต่ถ้าหักผู้ถือหุ้นอันดับ 5-7 ที่มีการถือหุ้นอยู่ที่ 4.39-4.83% (ซึ่งน่าจะเป็นการถือระยะยาว แต่ตลาดฯ นับส่วนนี้เป็น FF เพราะใช้เกณฑ์ Strategic Shareholders ที่ 5%) ออกไปจะทำให้ FF ที่แท้จริงนั้นเหลือเพียง 8.52% เท่านั้น

โดยธรรมชาติ ราคาหุ้นของบริษัทที่มี Free Float ตำ่ๆ อาจไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานของตัวบริษัทเสมอไป เนื่องจากหุ้นที่ซื้อขายในตลาดมีจำนวนน้อย จึงอาจถูกบิดเบือนราคาได้ง่ายในช่วงที่มีข่าวดีและมีแรงซื้อเข้ามามากๆ

การลงทุนในหุ้นที่มี Free Float ต่ำและราคาเคลื่อนไหวร้อนแรง จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลปัจจัยพื้นฐานอย่างรอบคอบ และระมัดระวังเป็นพิเศษ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ