ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐลดลง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐลดลง ท่ามกลางความกังวลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยบวก ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุน หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ณ สัปดาห์สิ้นสุด 2 ก.ค. 64 ปรับลดลง 6.9 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 445.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 63 ตามรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) และลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับลงเพียง 4 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นสัญญาณแสดงถึงอุปทานน้ำมันดิบที่ตึงตัวในสหรัฐ หลังความต้องการใช้น้ำมันเริ่มฟื้นตัว
ปัจจัยลบ หลายประเทศยังคงเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น อินโดนีเซียที่ยังพบผู้ติดเชื้อในระดับสูง ทำให้ต้องขยายพื้นที่ล็อคดาวน์ ส่วนมาเลเซีย ไทยและเกาหลีใต้ ได้มีการประกาศมาตรการเข้มงวด เพื่อลดการแพร่ระบาด เช่นเดียวกับเนเธอร์แลนด์ ที่ให้ร้านอาหารหยุดดำเนินการและงดงานเทศกาล
ปัจจัยลบ ตลาดกังวลความไม่แน่นอนของนโยบายการผลิตกลุ่มโอเปกพลัส หลังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในการประชุมที่ผ่านมา รัสเซียจึงพยายามที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อหาข้อยุติความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เรื่องการเพิ่มกำลังผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 64 เป็นต้นไป
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ณ สัปดาห์สิ้นสุด 2 ก.ค. ปรับลดลง 6.08 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 235.5 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในหลายประเทศถูกกดดันจากมาตรการล็อกดาวน์เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นอกจากนั้นอุปทานน้ำมันดีเซลอาจเพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นฟิลิปปินส์ Bataan กลับมาดำเนินการผลิต จากที่หยุดดำเนินการ 5 เดือน

ที่มา ไทยออยล์