แบงก์ชี้ โควิดคุมไม่อยู่-ยุโรปไม่ฟื้น โอกาสบาทหลุด 33 บาทต่อดอลลาร์
ค่าเงินบาท
แบงก์ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้าอ่อนค่า 32.50-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ติดตามประชุมธนาคารกลางยุโรป-ตัวเลขส่งออกและนำเข้า เผยโอกาสเห็นบาทหลุด 33 บาทต่อดอลลาร์ หลังยอดติดเชื้อโควิดพุ่งคุมไม่อยู่-อีซีบีส่งสัญญาณเศรษฐกิจแย่
วันที่ 18 กรกฎาคม 2564 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 19-23 กรกฎาคม 64) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.50-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยที่ติดตามหลักๆ จะเป็นเรื่องการระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศที่มีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากตลาดรอดูมาตรการควบคุมการระบาดของทางที่อาจจะประกาศออกมาในสัปดาห์หน้า
โดยรวมถึงตัวเลขการส่งออกของไทย ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญในเชิงการสร้างบรรยากาศ (Sentiment) หากขยายตัวได้ดี และนำเข้าขยายตัว ส่งผลต่อดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดดุลน้อยลง จะช่วยซัพพอร์ตค่าเงินบาท อย่างไรก็ดี มองว่าอัตราการเติบโตส่งออกน่าจะชะลอตัวลง เนื่องจากมีการระบาดของโควิด-19 ในคลัสเตอร์กลุ่มโรงงานค่อนข้างเยอะ
ทั้งนี้ ในส่วนของปัจจัยต่างประเทศ จะเป็นการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งจะมีผลต่อดอลลาร์ โดยตลาดจับตาการส่งสัญญาณของ ECB หากมีการส่งสัญญาณการปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์มีทิศทางแข็งค่าขึ้น หรือกรณีส่งสัญญาณทำ QE เพิ่มเติมจะทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าได้ ขณะที่ตัวเลขสำคัญในสหรัฐฯ ตลาดรับรู้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่ได้มีผลมากนัก
สำหรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (12-16 ก.ค.64) พบว่าตลาดหุ้นมียอดขายสุทธิ 2,400 ล้านบาท และตลาดพันธบัตรขายสุทธิเช่นกันอยู่ที่ 3,470 ล้านบาท แนวโน้มยังคงเห็นการไหลออกจากตลาด ส่วนหนึ่งมาจากภาครัฐมีเรื่องของการกู้เงินเพิ่มเติม
“ตลาดจะมองสัญญาณในกลุ่มยุโรป และเอเชียเป็นหลัก เพราะสหรัฐฯ ภาพฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ตลาดจะดูว่ายุโรปอละเอเชียจะฟื้นตัวหรือเปล่า ซึ่งแนวโน้มโอกาสเงินบาทหลุด 33 บาทต่อดอลลาร์ ก็มีโอกาสภายใต้เหตุการณ์ที่โควิด-19 คุมไม่อยู่เป็นภาพไม่ดี และทั่วโลกกังวลเรื่องโควิด”
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าอยู่ที่กรอบ 32.60-33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องติดตามข้อมูลตลาดบ้านของสหรัฐฯ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงตัวเลขการส่งออกและนำเข้าของไทย
“ปัจจัยภายในยังคงกดดันค่าเงินบาท จากประเด็นโควิด และมาตรการควบคุมโรคซึ่งคาดว่าจะถูกยกระดับเข้มข้นขึ้นหลังล็อคดาวน์บางส่วนแต่จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยหนักยังน่ากังวล ส่งผลเงินบาทมีโอกาสทดสอบระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือนครั้งใหม่ได้ โดยโอกาสเงินบาทหลุด 33 บาทต่อดอลลาร์ จะมาจากปัจจัยตลาดโลก ถ้าอีซีบี ไม่ส่งสัญญาณปรับนโยบาย หรือประเมินเศรษฐกิจแย่ นักลงทุนจะเข้าถือครองดอลลาร์ ส่วนปัจจัยภายในอยู่ที่สถานการณ์โควิด”