รมช.คลัง จ่อถก “อาคม” อนุมัติงบ 159 ล้านบาท เยียวยาชาวไร่ยาสูบ

รมช.คลัง หาทางเยียวยาชาวไร่ยาสูบโดนผลกระทบจากโครงสร้างภาษีบุหรี่ จ่อถกอาคมอนุมัติงบ 159 ล้านบาทพร้อมสั่งการยาสูบฯ เร่งหาทางช่วยเหลือครบวงจร

วันที่ 17 กันยายน 2564 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  เมื่อเร็วๆนี้ ได้หารือกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับแนวทางการเยียวยาและจ่ายเงินชดเชยเกษตรกรชาวไร่ยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่  ซึ่งทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทย (กยท.) ปรับลดโควตารับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกรลง พร้อมกับได้สั่งการให้ผู้ว่าการยาสูบฯ ไปเร่งเจรจาหาแนวทางช่วยเหลือทางอื่นแบบครบวงจร การรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เช่น  กระท่อม กัญชง และสมุนไพร เป็นต้น คาดว่าเร็วๆ นี้กยท.จะนำความคืบหน้ามารายงานให้ทราบต่อไป

รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาสูบ แต่เนื่องจากติดปัญหาเรื่องงบประมาณ ซึ่งได้ของบกลางราว 159 ล้านบาทไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติ ดังนั้นจะหารือกับรมว.คลัง อีกครั้ง เพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรไร่ยาสูบให้ได้รับเงินโดยไว

นายกิตติทัศน์ ผาทอง ผู้จัดการสมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบไทย ภาคียาสูบแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าภาคียาสูบต้องการให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินชดเชย 159 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ ที่ได้รับผลกระทบจากการลดโควตารับซื้อจากการยาสูบแห่งประเทศไทยอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเรื่องนี้ได้รับอนุมัตินานข้ามปี ตั้งแต่ฤดูกาลผลิต 62/63 แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินชดเชยเลย ส่งผลให้เกษตรกรชาวไร่มากกว่า 1 หมื่นครัวเรือนกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก


ไม่เข้าใจว่าเรื่องติดขัดที่อะไร เพราะเรื่องนี้ทราบว่าทางกระทรวงการคลัง ได้ทำเสนอขอใช้งบกลาง 159 ล้านบาท มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว และก็ทราบว่าได้นำเสนอเพื่อรอเข้าครม.ไปตั้งแต่ 20 .. แต่มาถึงขณะนี้เรื่องยังไม่มีความคืบหน้าเลย และขณะนี้เหลือเพียงแค่ 2 สัปดาห์ ก็จะสิ้นสุดการขอใช้งบกลางแล้ว เกรงว่าหากยังไม่ได้อนุมัติก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปอีกนานแค่ไหน ซึ่งแตกต่างจากพืชชนิดอื่นที่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างรวดเร็วมากเป็นที่น่าน้อยใจยิ่งนัก

สำหรับโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบและผู้บ่มอิสระที่ได้รับผลกระทบการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบของการยาสูบฤดูกาลผลิต 62/63 ได้มีการขอใช้งบกลาง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 14,292 ครัวเรือนวงเงิน 159 ล้านบาท แบ่งเป็นการชดเชยให้กับพันธุ์ใบยาเวอร์ยิเนีย กก. 17.5 บาท เบอร์เลย์ กก. 9.80 บาท  และเตอร์กิซ กก.14 บาท

นอกจากนี้ ต้องการให้รัฐบาลเร่งหาทางช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบในระยะยาว เนื่องจากขณะนี้โควตาการรับซื้อใบยาจากการยาสูบฯ ลดลงทุกปี และห่วงว่าหากมีการปรับขึ้นภาษีบุหรี่ในเดือนต..64 จะทำให้การยาสูบฯ ลดโควตาการรับซื้อใบยาน้อยลงกว่าเดิมอีก  อาจทำให้ชาวไร่ยาสูบอยู่ไม่ได้ จึงอยากเห็นรัฐบาลเข้ามาดูแล หรือหาทางเลือกในปลูกพืชทดแทน และหาตลาดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ