คลังหั่นเป้าเก็บรายได้ปีงบ’65 ลงกว่า 2.6 แสนล้าน
พิษโควิดกระทบยอดเสียภาษี! คลังหั่นเป้าจัดเก็บรายได้ปีนี้ลง 2.6 แสนล้าน เหลือเก็บจริง 2.56 ล้านล้านบาท ด้านสรรพากรรีดภาษี เดือนแรกปีงบ’65 เกินเป้าเกือบ 7 พันล้านบาท
วันที่ 5 มกราคม 2564 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 65 กรมภาษีสำคัญ ทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณ 2.56 ล้านล้านบาทซึ่งเป็นเป้าหมายที่ลดลงไป 2.6 แสนล้านบาท จากเป้าหมายปีงบประมาณ 64 ที่ตั้งไว้ 2.82 ล้านล้านบาท เนื่องจากกระทรวงการคลังได้ประมาณการรายได้ใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ได้ส่งผลต่อภาคธุรกิจทั้งรายใหญ่ และเอสเอ็มอีมีผลประกอบการลดลง เช่นเดียวกับภาคประชาชน ก็กำลังซื้อน้อยกว่าเดิม ทำให้กระทบต่อยอดการเสียภาษี
“เมื่อปีที่แล้ว 3 กรมภาษีจัดเก็บภาษีพลาดเป้าถึง 314,807 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 11.1% เนื่องจากเป้าเดิมตั้งไว้สูง ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเกิดโควิดระบาด แต่เมื่อมีการระบาดและล็อกดาวน์หลายรอบ ประกอบกับรัฐบาลนำมาตรการทางภาษีมาใช้ช่วยเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็ทำให้การจัดเก็บรายได้หลุดเป้าไปเยอะ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงรอบใหม่ มีการประมาณการรายได้ให้สอดคล้องตามภาวะปัจจุบันมากขึ้น ก็มั่นใจว่าปี’65 จะเก็บภาษีได้เข้าเป้าหมายแน่”
ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นเป้าหมายแต่ละกรมภาษี ในส่วนกรมใหญ่สุด กรมสรรพากร ตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณปี 2565 ไว้ที่ 1.87 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ตั้งไว้ 2.08 ล้านล้านบาท โดยรายได้สรรพากร ส่วนใหญ่มาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล นอกจากนี้ยังมีรายได้ใหม่จากการเก็บภาษีอีเซอร์วิส ซึ่งจัดเก็บปีงบฯ 65 เป็นปีแรก ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10,000 ล้านบาท
ขณะที่ภาษีสรรพสามิต ตั้งเป้าหมายจัดเก็บที่ 592,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ตั้งเป้าไว้ 634,000 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการจัดเก็บภาษีน้ำมันกว่า 2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด รองลงมาเป็นภาษีบาป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ บุหรี่ และยาเส้นกว่า 2 แสนล้านบาท ภาษีรถยนต์ 1 แสนล้านบาท และภาษีอื่น ๆ อีกเกือบ 1 แสนล้านบาท
ด้านกรมศุลกากร ตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ปีนี้ที่ 1 แสนล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีที่แล้ว เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการนำเข้าและส่งออกที่ขยายตัวได้ดี ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยกลุ่มสินค้าที่จัดเก็บภาษีได้สูง ได้แก่ รถยนต์ และสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และสินค้าวัตถุดิบ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ปี’65 กรมตั้งเป้าไว้ที่ 1.876 ล้านล้านบาท และในช่วงเดือนแรกของปีงบประมาณ 65 กรมสามารถเก็บภาษีได้ 1.2 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 6,952 ล้านบาท โดยได้อานิสงส์จากรัฐบาลได้คลายล็อกดาวน์และเปิดประเทศ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น ประกอบกับการจัดเก็บภาษีอีเซอร์วิส ในเดือนแรกทำได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยจัดเก็บได้ถึง 686 ล้านบาท ทั้งในส่วนของโฆษณาออนไลน์ ขายสินค้าออนไลน์ สมาชิกดูหนังฟังเพลง และธุรกิจตัวกลางให้บริการแพลตฟอร์ม