แสนสิริ ตอกย้ำเจตนารมณ์การให้ความสำคัญเด็กอย่างยั่งยืนตลอดระยะเวลา 10 ปี
ล่าสุด ประกาศพันธกิจสำคัญระดับประเทศ เปิดตัวโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” สนับสนุนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
จากหลักคิดที่แยบยล นำมาสู่การปฏิบัติที่แยบยลยิ่งกว่า
ด้วยการออกหุ้นกู้ เพื่อใช้ในโครงการ Zero Dropout ครั้งแรกในเอเชีย ตั้งเป้าระดมทุน 100 ล้านบาท ปั้น “ราชบุรีโมเดล” จังหวัดต้นแบบ ให้เด็กหลุดระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” ภายใน 3 ปี สร้างแรงกระเพื่อมรวมพลังคนไทยเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย
และเป็นครั้งแรกของหุ้นกู้ที่มีพลังของการให้มากกว่าแค่ซื้อหน่วยลงทุน
โดยหุ้นกู้แสนสิริมีมูลค่าเสนอขายไม่เกิน 100 ล้านบาท อายุ 3 ปี อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ BBB+ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปบริจาคให้แก่ “กสศ.-กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา”
ลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท รับผลตอบแทนการลงทุน 3.20% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตเด็ก ให้เด็กได้เข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่มีใครหลุดจากระบบการศึกษาและโดนทิ้งไว้ข้างหลัง
“เศรษฐา ทวีสิน” ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแนวคิดการดำเนินธุรกิจของแสนสิริที่มีเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือสังคม คนตัวใหญ่ต้องช่วยคนตัวเล็ก
โฟกัสเฉพาะกิจกรรมที่เป็นพันธมิตรกับองค์การยูนิเซฟในการสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กต่อเนื่องกว่า 10 ปีที่ผ่านมา มีโครงการเพื่อคุ้มครอง ปกป้องสิทธิ และพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กมากกว่า 17 โครงการ
อาทิ แคมเปญ “Iodine Please” แก้ปัญหาภาวะขาดสารไอโอดีนในเด็กซึ่งเป็นปัญหาระดับประเทศมานานกว่า 50 ปีได้สำเร็จ, โครงการ Best Start หกปีแรกของชีวิต คือ หกปีทองของเด็ก ต่อยอดสู่โครงการ “The Good Space” พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กที่อยู่ในไซต์ก่อสร้างของแสนสิริ เป็นต้น
“ปีนี้แสนสิริประกาศพันธกิจในโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ วางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน ระยะยาว 3 ปี โดยแสนสิริเตรียมออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน 100 ล้านบาท สำหรับใช้ในโครงการ Zero Dropout ครั้งแรกในเอเชีย”

ทำไมต้องนำร่องที่ราชบุรี คำตอบ คือ จังหวัดราชบุรีมีเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา 10,000 คน ซึ่งเหมาะสมกับจำนวนเงินระดมทุน 100 ล้านบาท มีปัญหาที่หลากหลายด้านความเหลื่อมล้ำในการศึกษาจากภูมิศาสตร์จังหวัดติดชายแดน มีสภาพทั้งแบบชุมชนและเมือง
รวมทั้งเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ทำให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมช่วยเหลือเด็กได้โดยง่าย
ที่สำคัญ แสนสิริไม่มีการพัฒนาโครงการและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้มีความโปร่งใสเกิน 100%
พันธกิจ Zero Dropout ตั้งเป้าให้เด็กต้องอยู่ในระบบการศึกษาในช่วงวัยภาคบังคับ (ป.1-ม.3) และเด็กที่ถึงเกณฑ์ ต้องพร้อมเข้าเรียน ป.1 ได้ 100% เริ่มตั้งแต่ปี 2565 นำร่องใน 3 อำเภอ “สวนผึ้ง-จอมบึง-บ้านคา”
ปี 2566 จะขยายไปอีก 4 อำเภอ และปี 2567 อีก 3 อำเภอ เพื่อช่วยเหลือทั้งเด็กปฐมวัย และเด็กนอกระบบกว่า 11,200 คนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในจังหวัดราชบุรีให้เป็น “ศูนย์”
รวมทั้งสนับสนุนทุนทรัพย์ให้เด็กได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าระบบการศึกษา (อัตรา 4,000 บาทต่อคน) จากนั้นจึงส่งต่อสู่กลไกของจังหวัดสานต่อการทำงานในระดับพื้นที่ ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป
พันธมิตรอีกราย “ดร.ไกรยส ภัทราวาท” ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในฐานะองค์กรที่เป็น “กลไกเหนี่ยวนำความร่วมมือ” ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการช่วยลดปัญหาความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
เพื่อให้คนไทยมีโอกาสที่เสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และได้รับการพัฒนาตามศักยภาพเพื่อตัดวงจรความยากจนข้ามชั่วคน โดยการทำงานของ กสศ.เจาะกลุ่มเด็ก เยาวชนจากครัวเรือนยากลำบากร้อยละ 15 ล่างสุดของประเทศ
ก่อนหน้านี้ หุ้นกู้ดิจิทัลของแสนสิริสร้างประวัติศาสตร์ ยอดจองซื้อเต็ม ผ่านแอปเป๋าตัง ในเวลา 3 นาที 38 วินาทีเท่านั้น
สำหรับหุ้นกู้ Zero Dropout แสนสิริผนึกความร่วมมือกับ SCB สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ผ่านบัญชี Escrow Account ของธนาคารไทยพาณิชย์ ในชื่อ “บมจ.แสนสิริ เพื่อสนับสนุนโครงการร่วมกับ กสศ.”
เปิดจองวันที่ 15 ก.พ.นี้ เวลา 08.30 น. ผ่าน SCB Easy App เท่านั้น
