บสย.พร้อมค้ำประกัน พ.ร.ก. ซอฟต์โลน 9 หมื่นล้านบาท เริ่ม 1 เม.ย.นี้

บสย.พร้อมค้ำประกัน พ.ร.ก. ซอฟต์โลน 9 หมื่นล้านบาท ต่อลมหายใจเอสเอ็มอี ลดปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ นานสูงสุด 8 ปี รัฐช่วยค่าธรรมเนียม 2 ปีแรก 1.5% เริ่ม 1 เม.ย.นี้

วันที่ 23 มีนาคม 2565 นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 เมษายนนี้ บสย.พร้อมเปิดรับคำขอโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme ระยะพิเศษ Soft Loan Extra วงเงิน 90,000 ล้านบาท ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565

เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ SMEs ให้ยังคงได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จะช่วยลดปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ ลดภาระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันของผู้ประกอบการ SMEs ช่วยประคับประคองกิจการ และพยุงการจ้างงานในประเทศด้วย

โดยโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Soft Loan Extra เป็นมาตรการล่าสุดของรัฐบาลที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้ พ.ร.ก. Soft Loan เดิมให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไก บสย. เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับสินเชื่อภายใต้ พ.ร.ก. Soft Loan เดิมที่จะครบกำหนดเวลาการชำระหนี้คืนในเดือนเมษายน 2565 เป็นต้นไป สิทธิประโยชน์ของโครงการมีดังนี้

1. ระยะเวลาการค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด ไม่เกิน 8 ปี

2. ได้รับยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ SMEs

3. ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 ปีแรก เพียงร้อยละ 1 ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยค่าธรรมเนียมแทนผู้ประกอบการ SMEs ให้ร้อยละ 0.75 (รวม 2 ปี ร้อยละ 1.5 จากค่าธรรมเนียมค้ำประกัน ปกติร้อยละ 1.75)

4. สิ้นสุดรับคำขอวันที่ 31 ธันวาคม 2566

นอกจากนี้ มติ ครม.ยังเห็นชอบการปรับปรุงค่าธรรมเนียมค้ำประกันโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme ระยะพิเศษ Soft Loan พลัส (โครงการเดิมที่ออกในปี 2563) โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าธรรมเนียมแทนผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับสินเชื่อภายใต้ พ.ร.ก. Soft Loan ร้อยละ 0.75 ต่อปี (รวม 2 ปี ร้อยละ 1.5)


ทั้ง 2 มาตรการ ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme ระยะพิเศษ Soft Loan Extra วงเงิน 90,000 ล้านบาท และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme ระยะพิเศษ Soft Loan พลัส จะช่วยให้ธุรกิจของผู้ประกอบการดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ลดโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ และช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอต่อการประกอบธุรกิจ