ชัชชาติ เตรียมผลักผังเมือง กทม. ใหม่ให้ทันสิ้นปี’67

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ชัชชาติเผยผลักผังเมือง กทม. ใหม่ภายในสิ้นปี 2567 ชี้ผังเมือง คือ ธรรมนูญเมือง

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เปิดเผยภายหลังกิจกรรมผู้ว่าฯสัญจรสำนักวางแผนและพัฒนาเมืองว่า

หลังจากมีการโยกย้ายแต่งตั้งผู้บริหารในสังกัดกรุงเทพมหานครเรียบร้อย ต่อไปจะมีการจัดกิจกรรมผู้ว่าฯสัญจรในส่วนของสำนักต่าง ๆ โดยในวันนี้ได้มาที่สำนักวางแผนและพัฒนาเมือง ซึ่งมีหน้าที่ที่สำคัญคือการจัดทำผังเมือง

โดยผังเมืองเปรียบเสมือนกับธรรมนูญของเมือง สามารถกำหนดทิศทางของเมืองในอนาคตได้

สำหรับที่มีการพูดคุยกันในวันนี้มีตั้งแต่

1.การจัดการฐานข้อมูลการวิจัยของเมือง ซึ่งที่ผ่านมามีการศึกษาวิจัยเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้มีการนำไปใช้ จะต้องมีการเพิ่มแนวทางในการทำงานวิจัย

และสำหรับบุคลากรด้านการศึกษาและพัฒนาที่ยังขาดไปคือ ในด้านเศรษฐศาสตร์เมือง เนื่องจากปัจจุบันที่เรามีเพียงนักวางผังเมือง ซึ่งมองเพียงจากฝั่ง Supply Side แต่ยังขาดความรู้ว่าฝั่ง Demand Side ว่าความต้องการพื้นที่แต่ละประเภทเป็นเท่าไหร่ ซึ่งต่อไปจะต้องมีการให้บุคลากรด้านเศรษฐศาสตร์มาศึกษาในด้านนี้ต่อไป

และสำหรับบุคลากรที่สำนักวางแผนและพัฒนาเมืองขาดแคลนอีกประเภทคือ บุคลากรด้านโบราณคดีซึ่งจะมีการขอความร่วมมือเพื่อบูรณาการจากองค์กรอื่น ๆ แทนการหาอัตรา เนื่องจากหากมีการหาอัตราจะเกิดปัญหาเรื่องความก้าวหน้าทางอาชีพของบุคลากร

ในลำดับต่อไปจะมีการจัดการให้มีนักผังเมืองประจำกรุงเทพมหานครทั้ง 6 โซน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการผังเมืองแต่ละโซนเป็นอย่างดี

Advertisement

2.เรื่องผังเมืองรวมฉบับแก้ไข ครั้งที่ 4 ซึ่งทบทวนใหม่ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ. 2562 ซึ่งมีการเพิ่มผังแนบท้ายประกาศ

และการแก้ไขดังกล่าวเป็นโอกาสอันดีให้มีการปรับปรุงเนื้อหาผังเมือง โดยเพิ่มศักยภาพของผังเมืองจากเดิม คือการบอกเพียงพื้นที่ใช้สอย แต่ผังเมืองที่จะจัดทำต้องสามารถบอกความน่าจะเป็นของเมืองในอนาคตได้ด้วย

โดยใช้เครื่องมืองทางผังเมือง เช่น FAR Bonus ซึ่งจะสามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในเมือง หรือศูนย์สำหรับหาบเร่แผงลอย

โดยจะพยายามให้ผังเมืองฉบับใหม่สามารถออกให้ได้ภายในปีหน้า

3.สำหรับปัญหาอีกประการของผังเมือง คือในส่วนของผังด้านการขนส่ง และผังที่โล่ง มีการกำหนดถนนและคลองในอนาคตของกรุงเทพมหานคร แต่การนำไปใช้ในแต่ละคราวของผังเมืองไม่สามารถสร้างได้ทัน แต่มีการเปลี่ยนสีของผังเมืองไปก่อน จึงทำให้เกิดความแออัด ซึ่งจะต้องมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายในกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เป็นไปตามผังเมือง

4.ต้องมีการปรับปรุงข้อบัญญัติผังเมืองจำนวนมากที่ล้าสมัย ซึ่งอยู่ระหว่างการยกเลิก 11 ฉบับ และอยู่ระหว่างการศึกษาปรับปรุงอีกจำนวนหนึ่ง

5.Open Data ข้อมูลของเมือง ซึ่งจะเปิดเผยข้อมูลทั้งสีของผังเมือง ความสูงของเมือง และความเสี่ยงของเมือง โดยภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปขยายผลต่อได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เมือง เราจะเปลี่ยนแปลงแนวคิดจากแต่เดิม เราปิดข้อมูลทุกอย่างยกเว้นที่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูล เป็นเปิดเผยข้อมูลทุกประการยกเว้นจำเป็นต้องปิด

เตรียมทำคู่มือจัดเก็บภาษีที่ดิน

โดยนายชัชชาติยังกล่าวต่อในประเด็นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่า

ลำดับแรกคือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีการเปลี่ยนฐานการจัดเก็บภาษี จากเดิมรายได้มาเป็นราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้รายได้ไม่เท่ากัน

หลักการสำคัญคือ เราต้องเอาจริงเอาจังกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผ่านการทำ Guideline book เป็นคู่มือในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เป็นมาตฐานเดียวกัน

และได้สั่งการให้สำนักงานเขตเร่งจัดทำฐานข้อมูลภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ครบถ้วน เนื่องจากส่วนที่ยังไม่มีการจัดทำฐานข้อมูลคือส่วนที่กรุงเทพมหานครไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้เลย

ในปัจจุบันจะต้องเร่งจัดทำ 2 แนวทางนี้ก่อน ก่อนจะคิดหาแนวทางเพิ่มเติมในการหารายได้เพิ่มเติมในอนาคต