ป.ป.ช.ฟัน “กิจ หลีกภัย” พี่ชายชวน จัดซื้อที่ดินแพงเกินจริง

กิจ หลีกภัย

ป.ป.ช.ฟัน “กิจ หลีกภัย” พี่ชายชวน จัดซื้อที่ดินแพงเกินจริง เมื่อสมัยนั่งนายก อบจ.

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 มติชนรายงานว่า ที่ห้องแถลงข่าวลิบง ชั้น 2 ศาลากลาง จ.ตรัง นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายยุทธนา วิมลเมือง เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.ตรัง ร่วมกันแถลงข่าวมติกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นายกิจ หลีกภัย อดีตนายก อบจ.ตรัง พี่ชายนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และอดีตประธานรัฐสภา

เมื่อครั้งนายกิจดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรังและพวก คดีจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง มีราคาสูงเกินจริง ท่ามกลางบรรดาสื่อมวลชนให้ความสนใจเข้าร่วมฟังแถลงข่าวจำนวนมาก รวมทั้งฝ่ายกฎหมายของนายกิจที่ได้เข้ารับฟังด้วย คือว่าที่ร้อยตรีชาญยุทธ เกื้ออรุณ อดีตประธานสภา อบจ.ตรัง และอดีตเลขานุการนายก อบจ.ตรัง (นายกิจ) โดยเมื่อมีฝ่ายกฎหมายของนายกิจมานั่งฟังด้วย ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที

นายบัณฑิตแถลงว่า ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหานายกิจ หลีกภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง กับพวก รวม 13 ราย จัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ (ท่าเรือตรัง) ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง แพงเกินจริง โดยกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด รวม 6 ราย จากทั้งหมด 13 ราย จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ในการจัดซื้อที่ดินดังกล่าวมี 2 ครั้ง

โดยในการจัดซื้อที่ดินครั้งที่ 1 นายกิจ หลีกภัย นายก อบจ.ตรัง ได้ขออนุมัติต่อสภา อบจ.ตรัง เพื่อจ่ายขาดเงินสะสม เป็นเงินจำนวน 25 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อที่ดินก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ

Advertisment

โดยได้มีการชี้แจงต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังว่าจะซื้อที่ดินจากนายปรีชา เศรษฐวรพันธุ์ รวมเนื้อที่ 75 ไร่ โดยได้มีการต่อรองราคากับนายปรีชาแล้วในราคาไร่ละประมาณ 330,000 บาท สภา อบจ.ตรัง จึงได้อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 จำนวน 25 ล้านบาท

จากการไต่สวนเบื้องต้น ในการจัดซื้อครั้งที่ 1 ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่ชี้มูลทางวินัยในฐานะละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลตาม พ.ร.บ.อบจ.มาตรา 79

ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง กล่าวต่อว่า ในการจัดซื้อครั้งที่ 2 เป็นการจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือของ อบจ.ตรัง นายกิจ หลีกภัย ในฐานะนายก อบจ.ตรัง ได้อนุมัติและเบิกจ่ายเงิน เป็นเงินจำนวน 10,500,000 บาท ตามที่สภา อบจ.ตรังได้อนุมัติ ต่อมานางปริปัญญา เอียดแก้ว หรือนางสดใส แซ่อั้ง เจ้าหน้าที่พัสดุ ได้ทำหนังสือเสนอนายกิจเพื่อตรวจสอบราคาประเมินที่ดินของนายปรีชา เศรษฐวรพันธุ์ ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 932 เนื้อที่ 7 ไร่ 77 ตารางวา และเลขที่ 934 เนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 35 ตารางวา ถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดตรัง สาขากันตัง

นายบัณฑิตกล่าวว่า ในวันเดียวกัน นายกิจอาศัยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ประกอบด้วย นายมณี แป้นน้อย ตำแหน่งผู้อำนวยการกองช่าง อบจ.ตรัง เป็นประธานกรรมการ นายวสันต์ เครือเพชร ตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจการสภา

Advertisment

นายโรม ไชยมล ตำแหน่งนักบริหารงานนโยบายและแผน 7 นายประยูร ช่อเส้ง ตำแหน่งประชาคม หมู่ 2 ต.นาเกลือ และนายอำนวย บุญฤทธิ์ ตำแหน่งประชาคม หมู่ 2 ต.เกลือ และเจ้าของที่ดินมาเสนอราคาต่อคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ

คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ร่วมกันพิจารณาแล้วที่ดินที่จัดซื้ออยู่ในเขตติดต่อกับที่ดินที่จะก่อสร้างท่าเรือนาเกลือของ อบจ.ตรัง เพื่อประโยชน์ของทางราชการและให้การก่อสร้างท่าเรือนาเกลือสามารถดำเนินการไปได้ตามที่กรมเจ้าท่าได้ออกแบบสำรวจ

ซึ่งจะทำให้การก่อสร้างท่าเรือเป็นไปอย่างถูกต้องสอดคล้องในเชิงพาณิชย์การประกอบการท่าเรือ เห็นควรให้จัดซื้อที่ดินดังกล่าวและจัดทำการซื้อที่ดินเพิ่มเติม เพื่อก่อสร้างท่าเรือนาเกลือ เสนอนายกิจ เพื่อพิจารณาสั่งอนุมัติให้จัดซื้อที่ดิน ที่ได้เสนอขายที่ดินให้แก่ อบจ.ตรัง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 10,201,875 บาท ตามใบเสนอราคา โดยคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้ต่อรองราคากับผู้ขายและผู้ขายยินยอมลดราคาลงเหลือเป็นเงินทั้งสิ้น 10,000,000 บาท

“โดยพิจารณาจากราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดตรัง สาขากันตัง ที่แจ้งว่าจากการตรวจสอบหลักฐานทางทะเบียนที่ดินแล้ว ปรากฏว่าที่ดินทั้ง 2 แปลง ราคาแปลงที่ 1 เนื้อที่ 6-0-06 ไร่ ราคาประเมิน 248,100 บาท แปลงที่ 2 เนื้อที่ 7-2-35 ไร่ ราคาประเมิน 324,750 บาท รวมเนื้อที่ 13 ไร่ 2 งาน 41 ตารางวา รวมราคาประเมิน 572,850 บาท ราคาตามท้องตลาดประมาณ 4 ล้านบาท แต่นายกิจได้พิจารณาและอนุมัติให้จัดซื้อที่ดินดังกล่าว เป็นเงินทั้งสิ้น 10,000,000 บาท ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน

“ต่อมา คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ที่มีนางสุภมาส ศรมณี เป็นประธานกรรมการ โดยมีนางปริปัญญา เอียดแก้ว และนางขวัญตา พุทธให้ ร่วมตรวจสอบที่ดินดังกล่าวด้วย และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีความเห็นว่า เนื้อที่ดินและเอกสารสิทธิมีความถูกต้องตรงกัน เห็นควรดำเนินการทำนิติกรรมกับผู้ขายตามกฎหมายที่ดินต่อไป เสนอนายกิจ ในฐานะนายก อบจ.ตรัง ได้อนุมัติให้ดำเนินการและอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินให้กับผู้ขาย เป็นเงิน 10,000,000 บาท โดยในการจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมครั้งที่ 2 รวมเนื้อที่ 13 ไร่ 2 งาน 41 ตารางวา ปรากฏว่า นายกิจได้พิจารณาและอนุมัติให้จัดซื้อที่ดินดังกล่าว

“โดยที่นางปริปัญญา เอียดแก้ว ไม่ได้สืบหาราคาซื้อขายของที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงบริเวณที่จะซื้อครั้งหลังสุด และคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษไม่ได้พิจารณาราคาซื้อขายของที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงบริเวณที่จะซื้อครั้งหลังสุด ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบเปรียบเทียบราคาท้องตลาดว่าเป็นราคาที่ซื้อขายในท้องตลาดที่แท้จริงหรือไม่ ไม่ตรวจสอบราคาประเมินของทางราชการว่าราคาที่ดินที่จัดซื้อมีความเหมาะสมเพียงใด”

เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 21 เป็นเหตุให้ อบจ.ตรัง ต้องซื้อที่ดินดังกล่าวสูงถึง 10,000,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงมาก นายบัณฑิตระบุ

นายบัณฑิตกล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 128/2566 มีมติว่า การกระทำของนายกิจ หลีกภัย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น

และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดฐานละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540

มาตรา 79 การกระทำของนางปริปัญญา เอียดแก้ว หรือนางสดใส แซ่อั้ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง การกระทำของนายมณี แป้นน้อย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายวสันต์ เครือเพชร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และนายโรม ไชยมล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

การกระทำของนายปรีชา เศรษฐวรพันธุ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 สำหรับนายประยูร ช่อเส้ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 และนายอำนวย บุญฤทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้นว่า จากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

นายบัณฑิตกล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายกิจ หลีกภัย นางปริปัญญา เอียดแก้ว หรือนางสดใส แซ่อั้ง นายมณี แป้นน้อย นายวสันต์ เครือเพชร นายโรม ไชยมล และนายปรีชา เศรษฐวรพันธุ์ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา

เพื่อดำเนินการทางวินัย กับนางปริปัญญา เอียดแก้ว หรือนางสดใส แซ่อั้ง นายมณี แป้นน้อย นายวสันต์ เครือเพชร นายโรม ไชยมล นายเสงี่ยม จันทร์สุวรรณ และนายธีรนันท์ สุทธินันท์ และได้ส่งสำนวนการไต่สวน และเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ กับนายกิจ หลีกภัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย ทั้งนี้ การไต่สวนคดีอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงซักถาม บรรยากาศเข้าสู่ความตึงเครียด มีการตอบโต้กันอย่างดุเดือด โดยนายชาญยุทธได้ซักถามว่า การแถลงในวันนี้ แถลงโดยได้รับมอบหมายอย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะได้ปรากฏแบนเนอร์เชิญรับฟังแถลงข่าว โดยทาง ป.ป.ช.ระบุถ้อยคำที่อาจทำให้เกิดความเสียหายว่า เชิญฟังแถลงข่าวคดีนายกิจ หลีกภัย เหมือนเจาะจงที่ตัวบุคคลเพียงคนเดียว ทั้งที่ควรใช้คำว่า เชิญฟังแถลงข่าวคดีจัดซื้อที่ดินสร้างท่าเรือนาเกลือมากกว่า

ทำให้ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ชี้แจงว่า เป็นการแถลงข่าวโดยทั่วไป ตามนโยบายของเลขาธิการ ป.ป.ช. ที่ให้ ป.ป.ช.แต่ละจังหวัดสามารถแถลงข่าวมติกรรมการ ป.ป.ช.ในคดีที่ ป.ป.ช.จังหวัดนั้น ๆ รับผิดชอบได้ ทำให้นายชาญยุทธ์ตอบโต้ว่า ขอถาม ผอ.ป.ป.ช.ตรังว่าทำไมผู้ถูกกล่าวหาร้องขอรายละเอียดมติ ป.ป.ช.ตลอดจนความเห็นกรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งขณะนั้นมีเพียง 5 คน โดยคะแนนเสียง 3 : 2 ได้ชี้มูลนายกิจ แต่ทาง ป.ป.ช.ตรังไม่ยอมเปิดเผย

โดยเฉพาะความเห็นของกรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างน้อยอีก 2 คน อ้างว่าเป็นความลับทางราชการ ทั้งที่ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 36 (3) ระบุไว้ชัดเจนว่า เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีความเห็นหรือวินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์กระทำความผิด ให้เปิดเผยความเห็นหรือคำวินิจฉัยได้ เว้นแต่จะเปิดเผยชื่อผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแสและผู้ซึ่งเป็นพยานมิได้ และต้องไม่กระทบต่อรูปคดีหรือความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สิน และขอถามว่า ทราบว่ามติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดใน 5 ประเด็นใช่หรือไม่

อาทิ นายกิจถือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.อบจ. แต่ถือว่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการจัดซื้อที่ดินโดยตรงหรือไม่ หรือเป็นเพียงพนักงานเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติตามที่เสนอ แล้วราคาที่นำมาเทียบเคียงนั้น ป.ป.ช.ใช้ราคาจากที่ดินในพิกัดใดมาเทียบว่าแพง และแน่นอนแม้ศาลจะเป็นผู้พิจารณาในขั้นสุดท้าย แต่ ป.ป.ช.ก็ยังสามารถยื่นฟ้องเองได้อีกหากศาลยกคำร้อง

จากนั้น ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง กล่าวโต้กลับว่า “ที่อ้างมาตรา 36 (3) นั้น เจตนารมณ์กฎหมายเพียงเปิดให้มีการระบุเรื่องที่ชี้มูล หัวข้อต่าง ๆ ลักษณะการกระทำความผิด แต่ไม่ได้เปิดถึงขั้นรายละเอียดทุกอย่างในสำนวนไต่สวน ซึ่งถือเป็นความลับของทางราชการ และทั้งหมดตอนนี้อยู่ที่อัยการจะเป็นผู้พิจารณาแล้ว ยืนยันว่า ในการทำงานของ ป.ป.ช.เราใช้มาตรฐานเดียวไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นใคร ผิดก็คือผิด เราไม่ได้เลือกปฏิบัติกับใครคนใดคนหนึ่ง

เราทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ยุติธรรม เชื่อถือได้ ระบบไต่สวนของ ป.ป.ช.ให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาครบถ้วนเต็มที่ในการชี้แจง สุดท้ายขึ้นกับศาลจะพิจารณา และการที่ ป.ป.ช.ยังฟ้องเองได้อีกก็ไม่ได้ฟ้องตามอำเภอใจ เพราะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาก่อน และวันนี้คือเวทีแถลงข่าว ไม่ใช่เวทีซักพยานในสำนวน และการไต่สวนคดีอาญาของ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด เรื่องอยู่ที่อัยการแล้ว ก็ให้ไปพบกันในศาล ไปซักถามกันที่ศาล”

ผู้สื่อข่าวถามว่า พร้อมรับแรงเสียดทานหรือไม่ เพราะนายกิจเป็นบุคคลมีชื่อเสียงเกี่ยวข้องทางการเมือง เพราะเป็นถึงพี่ชายนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และอดีตประธานรัฐสภา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง กล่าวว่า “พนักงานไต่สวนคดีนี้ทุกคนทราบดีในภาระหน้าที่ของตัวเอง เราทราบมาก่อนที่จะมีทำคดีแล้วว่า ทุกคดีเราได้รับแรงเสียดทานอยู่แล้ว จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ เราไม่หวั่นไหวในเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว

เราจึงไม่หวั่นไหวอะไร อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีในส่วนของ อบจ.ตรังที่กำลังดำเนินการอยู่ ก็ยังมีเรื่องการก่อสร้างมัสยิดกลาง จ.ตรังด้วย”

สำหรับเรื่องนี้ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 ดาบตำรวจชัยวัฒน์ เส้งนุ้ย รองประธานสภา อบจ.ตรังในขณะนั้น ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามจัดเก็บรายได้และทรัพย์สินของ อบจ.ตรัง เป็นผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง ให้ทำการสืบสวนสอบสวน พร้อมตั้งข้อสงสัยการจัดซื้อที่ดินบางส่วนจากผู้ขายเดิมอาจอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงด้วยหรือไม่