กรมอุตุนิยมวิทยา : พยากรณ์ฝนสะสม วันที่ 7 พ.ย.2568
กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนช่วง 4-6 พ.ย.นี้ ฝนลดลง อากาศเย็นตอนเช้า แต่ช่วง 7-9 พ.ย. มีฝนเพิ่มขึ้น-ตกหนัก ลมแปรปรวน ชี้อิทธิพลจากพายุโซนร้อนกำลังแรง “คัลแมกี” ที่มีแนวโน้มอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน คาดทิศทางยังมีการเปลี่ยนแปลง
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 3 – 9 พฤศจิกายน 2568 ว่า ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง กับมีอากาศเย็นในตอนเช้า แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนบน ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากอิทธิพลของพายุ ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ส่งผลทำให้ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยในช่วง 5 – 7 พ.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อนึ่งพายุโซนร้อนกำลังแรง “คัลแมกี” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนกลาง ในช่วงวันที่ 4 – 5 พ.ย. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6 – 7 พ.ย. จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงอย่างรวดเร็ว และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน


กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตเส้นทางพายุ”คัลแมกี” บ่ายวันนี้ (3/11/68) ว่าได้ทวีกำลังแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นแล้ว กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนกลางประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ ช่วง 4-5 พ.ย. 68 และช่วง 7-9 พ.ย. 68 จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ฝั่งประเทศเวียดนาม และเมื่อขึ้นฝั่งแล้วจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศไทยตอนบน ยังต้องติดตามเป็นระยะๆ เนื่องจากทิศทางและกำลังพายุยังเปลี่ยนแปลง
กรมอุตุนิยมวิทยา:ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง โดยเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งไว้ในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย.
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 3 – 8 พ.ย. 2568
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9 – 15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 4 – 5 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 13 – 17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 9 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 14 – 19 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.

ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 3 – 4 พ.ย. และในช่วง 8 – 9 พ.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย. ลมตะวันตก ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 3 – 4 พ.ย. และ ในช่วง 8 – 9 พ.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย. ลมตะวันตก ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 3 – 4 พ.ย. และ ในช่วง 8 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 33 องศาเซลเซียส

(ออกประกาศ 03 พฤศจิกายน 2568)