เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

องคมนตรีติดตามสถานการณ์น้ำ “คลองลัดโพธิ์” สมุทรปราการ อุตุฯเผยอีก3วันฝนตกน้อยลง

03 ก.ย. 2561 | 13:30น.

เมื่อวันที่ 3 กันยายน พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ 1,163 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 820 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการรับน้ำเข้าคลอง และระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง รวมประมาณ 494-550 ลบ.ม./วินาที พร้อมทั้งควบคุมน้ำให้ไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 820 ลบ.ม./วินาที มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งคลองบางบาล และคลองโผงเผง บริเวณ ต.หัวเวียง ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีน้ำท่วมประมาณ 20-30 เซนติเมตร โดยระยะนี้ระดับน้ำบริเวณดังกล่าวจะทรงตัว ซึ่งเป็นไปตามที่กรมชลประทานได้คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ โครงการชลประทานในพื้นที่ได้ประสานกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องแล้ว

ในส่วนของการเตรียมพื้นที่รับน้ำนองในพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้น ปัจจุบันทุ่งบางระกำ เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จทั้งหมดแล้ว พื้นที่รวมทั้งสิ้น 382,000 ไร่ พร้อมที่จะรับน้ำเข้าทุ่งได้ประมาณกลางเดือนสิงหาคมได้ประมาณ 550 ล้าน ลบ.ม. ส่วนในพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่างลุ่มน้ำเจ้าพระยา 12 ทุ่งนั้น ขณะนี้เกษตรได้เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว คาดว่าจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จทั้งหมดประมาณกลางเดือนกันยายนนี้ พื้นที่รวมทั้งสิ้น 1.15 ล้านไร่ สามารถรับน้ำเข้าทุ่งรวมกันได้ประมาณ 1,500 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริหารจัดการน้ำเหนือไหลหลากในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยการเร่งระบายน้ำให้ไหลลงทะเลเร็วขึ้น ด้วยการย่นระยะทางการไหลของน้ำจากเดิม 18 กิโลเมตร คงเหลือเพียง 600 เมตร ช่วยบรรเทาปัญหาผลกระทบในช่วงน้ำทะเลหนุนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกทั้งยังช่วยเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้ออกสู่ทะเลได้เร็วขึ้น ลดปัญหาน้ำท่วมและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขต จ.ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ซึ่งประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ฯมีขีดความสามารถในการระบายน้ำได้วันละประมาณ 45-50 ล้าน ลบ.ม. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ประมาณร้อยละ 13-15

สำหรับการเตรียมการเร่งระบายน้ำในแม่น้ำท่าจีนตอนล่างบริเวณ จ.สุพรรณบุรี และ จ.นครปฐม นั้น กรมชลประทานมีแผนดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนทั้งสิ้น 81 เครื่อง ขณะนี้ได้ทำการติดตั้งไปแล้ว 60 เครื่อง และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนโดยเร็วต่อไป ซึ่งจะช่วยลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาได้อีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ฝน 3 วันล่วงหน้าของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าทั่วประเทศจะมีปริมาณฝนตกน้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้น้ำท่าที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีปริมาณน้อยลงตามไปด้วย ทั้งนี้ กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำในอ่างขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่าง อย่างรัดกุมและเคร่งครัด ด้วยการระบายน้ำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80-100 ของความจุอ่าง และอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม จะพิจารณาเร่งระบายให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

 

ที่มา : มติชนออนไลน์