ศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี “ไผ่ ดาวดิน” หลังรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ลดโทษกึ่งหนึ่งไม่รอลงอาญา

วันที่ 15 ส.ค. ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้มีการเบิกตัว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีคัดลอกข้อความของเว็บไซต์บีบีซีไทย มาลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดขอนแก่น เข้ารับการพิจารณาไต่สวนครั้งที่ 2 โดยมีทีมทนายความ พร้อมด้วยนายวิบูลย์ และนางพริ้ม บุญภัทรรักษา พ่อและแม่ของผู้ต้องหา เดินทางมาร่วมรับฟัง ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ยังคงวางกำลังเข้มโดยรอบศาล จ.ขอนแก่น เพื่อความปลอดภัย และป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสอบพยานโจทก์ครั้งที่ 2 นั้นศาลจ.ขอนแก่น ยังคงพิจารณาคดีทางลับ โดยไม่ให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาไต่สวนในครั้งนี้ จากนั้นเวลา 16.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 8 ชั้น 3 ศาล ได้อ่านคำพิพากษาโดยใช้เวลานานกว่า 30 นาที ก่อนมีคำสั่งพิพากษาจำคุกผู้ต้องหา 5 ปี แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงมีคำสั่งลดโทษครึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ กล่าวว่า ในวันนี้ผู้ต้องหาได้แถลงต่อศาล รับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ศาลจึงมีคำสั่งพิจารณาคดีความทันที โดยมีคำสั่งจำคุกผู้ต้องหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทั้งหมด 5 ปี แต่ด้วยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงเห็นควรลดโทษลงครึ่งหนึ่ง คงเหลือ 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้รับโทษมาตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2559 ซึ่งจนถึงขณะนี้ผู้ต้องหาจะครบกำหนดการคุมขัง 8 เดือน ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ เท่ากับผู้ต้องหาจะมีการนับวันคุมขังหลังมีคำพิพากษาในคดีนี้ต่อไปอีก 1 ปี 10 เดือน หรือ 22 เดือน

“การยื่นขออุทรณ์ต่อศาลหรือไม่นั้น คงต้องปรึกษากับครอบครัวและผู้ต้องหาอีกครั้ง ซึ่งมีเวลา 30 วันตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงเหลือการพิจารณาคดี ซึ่งอยู่ในชั้นศาล แยกเป็น ศาลมทบ.23 ว่าด้วยความมั่นคง และ ศาลจ.ภูเขียว ตามความผิดกฎหมายประชามติ ทีมทนายจะหารือร่วมกันในการต่อสู้คดีที่คงเหลือต่อไป” นายกฤษฎางค์ กล่าว

ด้านนายวิบูลย์ กล่าวว่า เมื่อลูกถูกศาลพิพากษาให้จำคุก ครอบครัวก็เสียใจ ส่วนคดีที่เหลืออีก 2 คดีเราก็สู้กันไป ส่วนที่สภามหาวิทยาลัยขอนแก่น อนุมัติการสำเร็จการศึกษาของบุตรชายแล้วในคณะนิติศาสตร์ และได้ขึ้นทะเบียนเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในช่วงปลายปีนี้ พร้อมกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่นทุกคณะ แต่ลูกชายคงเข้ารับพระราชทานปริญญาในปีนี้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพ้นโทษ ลูกชายจะมาทำหน้าที่ทนายความเพื่อต่อสู้ให้กับคนที่ไม่มีทางสู้ สู้เพื่อสิทธิมนุษยชน สู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องตามที่ได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น

 


 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ