ศบค.เข้มเงื่อนไขเปิดผับ-บาร์ ต้องขึ้นทะเบียน ห้ามกลุ่ม 608 ใช้บริการ

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.

ศบค.คุมเข้ม เงื่อนไข เปิดสถานบันเทิง 1 มิ.ย. ผับ บาร์ คาราโอกะ อาบ-อบ-นวด ต้องขออนุญาต-ขึ้นทะเบียนต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. เท่านั้น  และเปิดได้เฉพาะพื้นที่สีเหลืองกับสีฟ้า หรือแค่ 31 จังหวัด ห้ามกลุ่ม 608 เข้าใช้บริการ ขู่ให้เปิดแล้วทำไม่ดีสั่งปิดได้ทันที ขณะที่ปรับระบบ Thailand Pass ใหม่ ยกเลิกกักตัว แต่ยังให้ชาวต่างชาติต้องลงข้อมูลในระบบ เผย 4 เดือนเศษเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 1 ล้านคน โกยรายได้กว่า 3.4 หมื่นล้าน 

วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) โดย ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธานการประชุม และมีการแถลงมติที่ประชุมในเรื่องสำคัญ ๆ ไปก่อนหน้า ทั้งเรื่องการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วราชอาณาจักร ออกไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 รวมถึงการให้สถานบันเทิง ทั้งผับ บาร์ คาราโอเกะ รวมถึงสถานบริการอาบอบนวด สามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป (อ่านรายละเอียดท้ายข่าว)

ต่อมา นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดประจำวัน การปรับเปลี่ยนพื้นที่สีในการคุมโควิด การขยายรายละเอียด และเงื่อนไข การเปิดให้บริการของสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด การปรับระบบ Thailand Pass ใหม่ การปลดโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 รวมถึงการบริหารจัดการเรื่องการฉีดวัคซีนในช่วงเวลาที่เหลือ

ผู้ติดเชื้อ-ป่วยหนัก-เสียชีวิต ลดลงชัดเจน

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้มีเรื่องสำคัญอยู่ 5 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1.สถานการณ์โรคโควิด 19 วันนี้ประเทศไทยรายงานผู้ป่วยใหม่ 6,463 ราย หายป่วย 7,091 ราย เสียชีวิต 41 ราย รักษาตัวในรพ. และรพ.สนาม 58,910 ราย ฉีดวัคซีน 136 ล้านโดส จากกราฟระลอก ม.ค. 2565 สูงกว่า เม.ย. 2564 แต่ขณะนี้เป็นทิศทางขาลงก็ลดลงมาก เช่นเดียวกับยอดการเสียชีวิตก็น้อยกว่าปี 2564

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ภาพรวมของประเทศ

ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ ภาพรวมของประเทศ

“ดูแล้วทิศทางเป็นในทางที่เป็นบวก จากเส้นคาดการณ์จะเห็นว่าสถานการณ์จริงการติดเชื้อต่ำกว่าเส้นคาดการณ์สีเขียว เช่นเดียวกับผู้ป่วยปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจก็ต่ำกว่าเส้นสีเหลือง แม้จะเยอะกว่าสีเขียว แต่สถานการณ์ก็ออกมาในทางบวก ส่วนการเสียชีวิตนั้นชัดเจนว่าลงมาต่ำกว่าเส้นสีเขียว” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว

ผู้ป่วยเสียชีวิตในภาพรวมของประเทศ

 

คาดปลดเป็นโรคประจำถิ่นได้เร็วขึ้น

เมื่อไปเทียบกับการวางแผนมาตรการด้านสาธารณสุข เพื่อจะเข้าไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นขยับเร็วขึ้นมาประมาณ 2 สัปดาห์ จากกราฟเส้นของระยะที่ 3 จะมาเกิดในช่วงปลาย พ.ค. ต้น มิ.ย.ก็จะเร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นการที่จะประกาศเป็นโรคประจำถิ่นยังอยู่ในการคาดการณ์ ยังคงเป็นวันที่ 1 กรกฎาคมไว้ก่อน ซึ่งคงจะต้องดูมาตรการผ่อนคลายบวกกับการเปิดเรียนเปิดเรียนในช่วงนี้

“เราจะต้องช่วยกันทำให้ตัวเลขต่าง ๆ ที่จะเกิดวันที่ 1 กรฏาคมนี้เป็นไปได้จริง ๆ ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน รวมถึงการที่เราจะเปิดสถานบันเทิงก็จะเป็นตัวแปร ถ้าหากเป็นไปได้อย่างดีก็จะทำให้วันที่ 1 กรกฎาคม เกิดภาพนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็ฝากทุกคนด้วย” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว

ตาราง ระยะเลาการปลดโควิดเป็นโรคประจำถิ่น

อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบ เป็นเรื่องของมาตรการทางด้านสาธารณสุขมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมสัมผัสใกล้ชิดที่เป็นผู้เสี่ยงสูง จะต้องกักตัวเอง 5 วัน และสังเกตอาการ 5 วัน ตอนนี้ให้สังเกตอาการ 10 วัน สามารถไปทำงานได้ หรือทำงานที่บ้าน ให้ทำงาน ให้อยู่ในสังคมได้ แต่ต้องเฝ้าระวังสังเกตตัวเอง นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไปในเรื่องการผ่อนคลาย

ปรับพื้นที่สีคุมโควิดใหม่

เรื่องที่ 2 เมื่อข้อมูลแรกดีขึ้น กระทรวงสาธารณสุขเสนอศบค.ในการปรับโทนสีของพื้นที่ในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ซึ่ง ณ ตอนนี้วันที่ 1 พ.ค. 2565 มีเพียงพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) กับพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) โดยวันที่ 1 มิ.ย. อนุมัติเพิ่มพื้นที่สีฟ้านำร่องท่องเที่ยว และพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) ซึ่งดูจากสถิติ ความพร้อมจังหวัดที่เสนอขึ้นมาเป็นจังหวัดนำร่อง ในการเข้าสู่พื้นที่ควบคุมโรค และเป็นพื้นที่ปรับตัวเข้าสู่โรคประจำถิ่นอย่างเร็ว ดูหลาย ๆ ปัจจัยและปรับออกมา

พื้นที่สีในการควบุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ใหม่

ดังนั้นทำให้วันที่ 1 มิ.ย. 2565 จะมีพื้นที่สีเหลืองจาก 65 จังหวัด เหลือ 46 จังหวัด พื้นที่สีเขียวจากเดิมไม่มี เพิ่มเป็น 14 จังหวัด ส่วนพื้นที่สีฟ้านำร่องท่องเที่ยวจาก 12 จังหวัดเพิ่มเป็น 17 จังหวัด แต่ขณะเดียวกันส่วนพื้นที่สีฟ้าบางจุดในจังหวัดนั้น ๆ จาก 16 จังหวัดเหลือ 12 จังหวัด

สำหรับรายละเอียดของพื้นที่สีเขียว 14 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ตราด นครพนม น่าน บุรีรัมย์ พิจิตร อ่างทอง มหาสารคาม ยโสธร ลำปาง สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อุดรธานี และอำนาจเจริญ

พื้นที่สีคุมโควิด

ส่วนพื้นที่สีเหลือง พื้นที่เฝ้าระวังสูงมี 46 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ ชุมพร ตรัง ตาก นครนายก นครปฐม นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ บึงกาฬ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พัทลุง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยะลา ร้อยเอ็ด ระนอง ราชบุรี ลพบุรี เลย ลำพูน ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อุบลราชธานี

พื้นที่สีฟ้า 17 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กทม. กาญจนบุรี จันทบุรี ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระยอง และสงขลา (ดูจากตารางประกอบ)

พื้นที่สีคุมโควิด ทำอพไรได้/ไม่ได้

กิจกรรมทำได้/ไม่ได้ แต่ละพื้นที่สี

สำหรับมาตรการแต่ละพื้นที่แตกต่างกันไม่มาก โดยสีเขียวและสีฟ้าใช้มาตรการเดียวกัน เรื่องการรวมตัวจัดกิจกรรมนั้น พื้นที่สีเหลืองรวมตัวทำกิจกรรมได้ประมาณ 1,000 คน สีเขียวตามความเหมาะสม ส่วนการจัดการเรียนการสอน สีเหลืองภายใต้มาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด สีเขียวจัดได้ตามปกติ

ส่วนการแข่งขันกีฬา สีเหลืองมีข้อจำกัดเล็กน้อย โดยการจัดกีฬาในร่มกำหนดไม่เกิน 75% ของพื้นที่ กลางแจ้งให้มีการเว้นระยะห่างตามความจุสนาม ส่วนสีเขียวเปิดได้ตามปกติ ส่วนมหรสพ โรงภาพยนตร์เปิดได้เหมือนเดิม



1 มิ.ย. เปิดผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด

“มีประเด็นที่สำคัญคือการเปิดบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ รวมถึงอาบอบนวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน จะเปิดได้ใน 2 พื้นที่ คือ สีฟ้ากับสีเขียว เริ่มวันที่ 1 มิ.ย.2565 เป็นต้นไป อันนี้ต้องสื่อสารกับผู้ประกอบการ ผู้ที่จะไปใช้บริการด้วยว่าจะต้องทำอย่างไร”

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดให้บริการจะต้องไม่เกิน 24.00 น. ทั้งจำหน่ายและนั่งบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้น แม้จะปิดร้านแต่จะขอนั่งดื่มก่อนก็ไม่สามารถทำได้ หากยังเหลือให้นำกลับไปดื่มที่บ้าน หลัง 24.00 น. จะไม่มีการนั่งดื่มและเปิดร้าน งดกิจกรรมการใช้แก้วร่วมกัน การคลุกคลีกัน โดยเฉพาะกิจการที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสตัว เช่น อาบอบนวด ต้องสวมหน้ากาก

“ผู้ให้บริการ นักร้อง นักดนตรี พนักงานรับวัคซีนตามเกณฑ์ รวมถึงเข็มกระตุ้นแล้ว มีการคัดกรองความเสี่ยงของพนักงานทุกวัน จะต้องตรวจ ATK ทุก 7 วันหรือมีอาการหรือความเสี่ยง ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดแบบครอบจักรวาล ส่วนผู้รับบริการโชว์แค่ว่าได้รับรับวัคซีนก็เข้าได้ แต่กลุ่ม 608 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุด ขอให้งดหรือเลี่ยงเข้าพื้นที่พวกนี้” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของสถานบริการ สถานประกอบการ ที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน เริ่ม 1 มิถุนายน 2565 นั้น สามารถเปิดดำเนินการ เฉพา พื้นที่สีฟ้า และพื้นที่สีเขียว ที่ศบค.ระบุเท่านั้น หรือรวมแล้วเปิดได้ 31 จังหวัด ซึ่งจะต้องยื่นขออนุญาตและลงทะเบียนกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.  ซึ่งไม่ใช่อนุญาตให้เปิดได้ทุกจังหวัด

สถานบันเทิงต้องขออนุญาต-ขึ้นทะเบียนเท่านั้น

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับสถานประกอบการต้องผ่านการขึ้นทะเบียน และขออนุญาตเปิดดำเนินงานต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร มีการประเมินตนเองผ่าน Thai Stop COVID 2+ ปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setiing มีการกำกับดูแลพนักงานให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด

มาตรการควบคุมสถานประกอบการ

“อันนี้มีความสำคัญเพราะพวกเราขอ เราตอบสนองในการเปิดของท่าน หากท่านทำได้ดีและทำได้อย่างเคร่งครัด ทำให้การติดเชื้อน้อยลง ก็สนับสนุนต่อการเปิดบริการต่อ โดยขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประเมินติดตามกำกับใกล้ชิด โดยอนุญาตให้เฉพาะสถานบันเทิงที่ขึ้นทะเบียนสถานบริการ สถานประกอบการ และได้รับอนุญาตจากคณะกรรรมการโรคติดต่อจังหวัดและกทม.เท่านั้น” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว และว่า นี่คือสิ่งที่เน้นย้ำว่าขอให้มีการขึ้นทะเบียนและขออนุญาต

ส่วนจัดพื้นที่ห่าง 1 เมตร ระบายอากาศ และตรวจสอบผู้รับบริการ ก็เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการด้วย ฝากให้ช่วยกัน

มาตรการเปิดสถานบันเทิง

“ท่าน ผอ.ศบค.ได้เน้นย้ำและขอบคุณ ขณะเดียวกันหากเปิดได้และทำได้ดีก็ขอสนับสนุนให้ทำต่อ แต่ท่านผอ.ศบค. ก็ได้แจ้งให้ฝ่ายความมั่นคงด้วยว่า หากสถานบริการทำได้ไม่ดี ทำไม่สอดคล้อง ก็ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบสั่งปิดการบริการได้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิต ของการติดเชื้อ เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปมากกว่านี้ ฝากทุกท่านร่วมไม้ร่วมมือกันด้วย เมื่อมีการผ่อนคลาย เราก็ต้องการความร่วมมือสูงขึ้นด้วย” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว

รับระบบ Thailand Pass ใหม่

 

ปรับระบบ Thailand Pass ใหม่ เชื่อง่ายขึ้น

เรื่องที่ 3 การปรับมาตรการเรื่องขอ Thailand Pass ผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร ตรงนี้ก็จะเน้นการเดินทางเข้ามาทางอากาศและทางบก ส่วนทางเรือยังคงเหมือนเดิม สำหรับการเดินทางผ่านทางอากาศกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาฯรายงานว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 18 พ.ค 2565 มีผู้เดินทางเข้าแล้ว 1 ล้านกว่าคนแล้ว

สำหรับมาตรการผ่อนคลายนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2565 เป็นต้นไป ให้ปฏิบัติดังนี้

1.ผู้เดินทางที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนไม่ครบ สามารถแสดงผลการตรวจ ATK โดยบุคลากรทางการแพทย์ หรือ Professional ATK หรือ RT-PCR และมีใบยืนยันการตรวจ ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

2.ยกเลิกการกักตัวในกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับไม่ครบ และไม่มีผลตรวจ โดยเมื่อเดินทางเข้ามาถึง สามารถตรวจจาก Professional ATK โดยบุคลากรที่จัดไว้เมื่อมาถึงสนามบินของเรา ในการให้บริการที่สะดวกยิ่งขึ้น

ส่วนเรื่องการปรับการลงทะเบียนใน Thailand Pass ปัจจุบันทุกคนที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรต้องลงข้อมูลในระบบ Thailand Pass ขอปรับใหม่เป็นดังนี้

1.ยังคงให้ผู้เดินทางเฉพาะชาวต่างชาติต้องลงข้อมูลในระบบ Thailand Pass โดยปรับรูปแบบให้ง่าย คงเหลือข้อมูลที่จำเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.Vaccine/Test 2.ประกันภัย 3.พาสปอร์ต ระบบจะออก QR code สามารถไปซื้อตั๋วเครื่องบินได้

“3 ส่วนนี้เข้าได้เลย แต่ยังขอการทำประกันชาวต่างชาติที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ยังคงมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะฉนั้นขอตรงนี้ไว้ก่อน เพราะเป็นค่าใช่้จ่ายมากๆถ้าเขามาป่วย”

2.ถ้าเป็นคนไทยไม่ต้องลงข้อมูลในระบบ Thailand Pass(ปัจจุบันผู้เดินทางชาวไทยมีสัดส่วน ร้อยละ 12-20 ต่อวันของผู้เดินทางทั้งหมด) เพราะเรามีระบบการตรวจสอบของเราอยู่แล้ว (ดูรายละเอียดในแผนภูมิ)

รับระบบ Thailand Pass ใหม่

“ต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่ 98%ได้รับวัคซีนแล้ว มีแค่ 2% เท่านั้นที่ไม่มีวัคซีน ก็มาดูผล หรือต้องมาตรวจ ATK โดยบุคลากรทางการแพทย์ ถ้าตรวจแล้วเจอก็นำไปสู่การรักษา อันนี้จะมี 10,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐที่คอยดูแลพวกเขา เช่นเดียวกับผู้ที่เดินทางผ่านแดนช่องทางบกก็ดำเนินการในลักษณะเหมือนกัน ส่วนคนไทยไม่มีการกักตัวแล้ว ส่วนผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนก็จะมีการฉีดวัคซีน ณ จุดผ่านแดนตรงนั้น ซึ่งจะทำให้ง่ายขึ้น สวนการผ่านทางน้ำไม่มีการเปลี่ยนแปลง”

แผนผ่อนปรนเข้าประเทสเดินทางผ่านทางบก

นอกจากนี้ยังมีมติย่อยๆเรื่องการผ่อนคลายในส่วนของกลุ่มข้าราชการและนักเรียนทุน ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2563 ต่อนนี้สามารถเดินทางได้แล้ว ทั้งเรื่องของการเรียน และการเดินทางไปทำงานระหว่างประเทศ

เร่งฉีดวัคซีนเด็กนักเรียน-กลุ่มตกหล่น

เรื่องที่ 4 เป็นเรื่องของแผนการให้บริการวัคซีน ส่วนใหญ่ฉีดได้ตามแผน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทั้งเข็ม 1 และเข็ม 2 ฉีดไปได้เกิน 80% แล้ว ส่วนเข็ม 3 อาจจะช้าหน่อย เพราะบางคนอาจจะป่วยก่อน ทำให้ฉีดได้ช้าลง ส่วนการฉีดวัคซีนในเด็ก เข็ม 1 ฉีดไปแล้ว 56% เข็ม 2 อยู่ที่ 24% ตอนนี้เปิดเทอมก็ต้องเร่งฉีดกัน โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 5-11 ปี

แผนเร่งรัดการฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ยังมี 16 จังหวัดที่มีการชื่นชมเรื่องของการฉีดวัคซีนที่ฉีดมากกว่า 60% ได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่จังหวัดน่าน ลำพูน ชัยนาท นนทบุรี อยุธยา สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ ยโสธร ภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร ส่วนที่ยังมีปัญหาก็ยังต้องช่วยกันในจังหวัดต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีแผนที่ประชุมได้รับทราบ ได้แก่แผนเก็บตก การค้นหารายชื่อผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยให้กระทรวงมหาไทยกับกระทรวงสาธารณสุขช่วยกันเร่งฉีด โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงประสิทธิผลการใช้ Long Acting Antibody(LAAB) ซึ่งก็มีการรายงานว่าได้ผลคุ้มค่า รวมถึงแผนของการฉีดวัคซีนอีก 5 ล้านโดสในช่วงเวลาที่เหลือ

4 เดือนแห่เข้าไทยกว่า 1 ล้านคน โกยรายได้ 3.4 หมื่นล้าน

เรื่องสุดท้ายคือการขยายระยะเวลาการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ 18 ไปอีก 2 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เพื่อให้มีการคงไว้ซึ่งมาตรการป้องกันและควบคุมโรคต่อไป จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นโรคประจำถิ่น ตามที่ฝ่ายสาธารณสุขกำหนด

“ณ ตอนนี้พอผ่อนคลายแล้ว ก็จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะได้เห็นภาพของตัวเลขของการติดเชื้อว่าจะขึ้น หรือจะลงกันแน่ เพราะว่า เราเปิดทั้งภาคการศึกษาและเปิดมาตรการผ่อนคลายในสถานบันเทิง สถานบริการทุกๆระดับ เรียกว่าเปิดเกือบหมด ให้คนเดินทางเข้าออกต่างประเทศได้ทั้งหมดแล้ว” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว

พร้อมรายงานตัวเลขผู้ที่เดินทางเข้ามาจากปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯว่าในช่ว ง4 เดือนกว่าของปีนี้ว่ามีคนเดินทางเข้ามาแล้ว 1,016,103 คน มากกว่าปีก่อนๆหลายเท่าตัว หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2,000% เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้านี้ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีรายได้เพิ่มขึ้น 34,173 ล้านบาท

“ประเทศที่มาเที่ยวบ้านเรามากขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียด้วยกัน ได้แก่ สิงคโปร์ อินเดีย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา เป็นท็อป 5 ที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยของเรา ซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้จะมาช่วยในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจของเรา” โฆษกศบค.กล่าวในตอนท้าย


จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยช่วงมกราคม-พฤาภาคม 2565


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ