ราคาน้ำมันดิบ (29 ส.ค. 65) ปรับเพิ่ม กลุ่มโอเปกส่งสัญญาณปรับลดกำลังผลิต
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่ม หลังกลุ่มโอเปกส่งสัญญาณปรับลดกำลังการผลิตลง
วันที่ 29 สิงหาคม 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากซาอุดีอาระเบียที่ออกมาส่งสัญญาณว่ากลุ่มโอเปกพร้อมที่จะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมัน โดยทางกลุ่มอาจจะไม่ได้มีการปรับลดกำลังการผลิตในทันที แต่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับปริมาณการส่งออกของอิหร่านที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยแนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกหลายประเทศของกลุ่มโอเปกและพันธมิตร
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 26 ส.ค. 2565 อยู่ที่ 93.06 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.54 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 100.99 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.65 เหรียญสหรัฐ
ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งคาดจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน โดยตลาดคาดเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ราว 0.75% ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20-21 ก.ย.นี้ ขณะที่ทางด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดจะมีการหารือในการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ราว 0.75% เช่นกันในการประชุมครั้งถัดไปวันที่ 8 ก.ย. ซึ่งมากกว่าครั้งก่อนหน้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% เพื่อชะลอผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงสุดอย่างรวดเร็ว
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตยังคงปรับเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบ โดย Baker Hughes รายงานปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 3 แท่น มาอยู่ที่ราว 765 แท่น ขณะที่ปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 4 แท่นมาอยู่ที่ราว 605 แท่น
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ในภูมิภาค โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่ชะลอตัวลง นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ราว 17.4 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากตลาดยุโรปที่เริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 สัปดาห์ที่ราว 7.2 ล้านบาร์เรล
