เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
ดูทั้งหมด

มองหน้าเหลียวหลังช่วงปีใหม่ ธุรกิจ “ยานยนต์ไทย”

18 ม.ค. 2561 | 13:29น.

คอลัมน์ มองข้ามชอต

โดย โกญจนาท เถื่อนมูลแสน นักวิเคราะห์อาวุโส Economic Intelligence Center

ช่วงวันหยุดปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ทำให้เราได้นั่งย้อนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา และคิดเล่น ๆ ไปข้างหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้างในอนาคต และในปีที่ผ่านมามีหลายอย่างที่เกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจยานยนต์ที่เราอยากจะมาเล่าสู่กันฟัง

เริ่มจากสภาพตลาดรถในประเทศ เริ่มมองเห็นการส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว จนชัดเจนได้ว่าเป็นช่วงขาขึ้นจริง ๆ เห็นได้จากยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลัง 12 เดือนที่พุ่งทะยานมาถึง 70,000 คันเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างโล่งใจได้เลยทีเดียวสำหรับธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ จากที่ต้องทนกับสภาพตลาดที่ซบเซามาเป็นเวลายาวนานกว่าสองปีครึ่ง

อย่างไรก็ดี คาดว่าแนวโน้มที่ดีนี้น่าจะดำเนินไปได้เรื่อย ๆ ตลอดปี 2018 โดยช่วงเดือนไฮไลต์ที่อยากให้จับตาดูกันไว้ให้ดี คือในช่วงเดือนมีนาคม ว่าตัวเลขยอดขายเฉลี่ยนั้นจะทำ new high ถึง 90,000 คัน ได้จริงหรือไม่ นับว่าถ้าไปถึงจุดนั้นเมื่อไหร่ ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าตลาดรถยนต์ในประเทศได้ฟื้นตัวกลับมาแล้วอย่างสมบูรณ์

นอกจากนั้นยังเห็นการเปลี่ยนแปลงในมุมของส่วนแบ่งการตลาดของรถยนต์ในประเทศ ทั้งกลุ่มตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่ง จากเดิมส่วนแบ่งการตลาดที่ 3 ผู้เล่นรายใหญ่เคยครองอยู่นั้นรวมกันเกือบ 80% แต่ล่าสุดตกลงมาเหลือเพียง 70% พร้อมกับเห็นการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้เล่นเบอร์นำ และเบอร์รอง พลิกกันไปมา

สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดรุนแรงมากขึ้น ซึ่งปี 2018 นี้คงเป็นอีกปีที่ผู้เล่นเบอร์นำคงต้องทำการบ้านอย่างหนักหน่วงและเตรียมหาวิธีปรับตัวเพื่อดึงเอาส่วนแบ่งนี้กลับคืนมาให้ได้ ในขณะเดียวกันผู้เล่นเบอร์รองต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการรักษาคุณภาพของการบริการหลังการขาย เพื่อรักษาฐานลูกค้านี้ให้ได้ต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของความสามารถในการผลิตรถในไทยนั้น ปัจจุบันรวมแล้วมากกว่า 3 ล้านคันต่อปี ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการส่งเสริมการผลิตอีโคคาร์ในช่วงก่อน แต่ยังคงได้ใช้จริงเพียง 2 ใน 3 เท่านั้น เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยความที่ตลาดในประเทศซบเซา ผู้ประกอบรถยนต์จึงหันไปพึ่งพาการส่งออกมากขึ้น แต่ก็พบว่าการทำเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากตลาดปลายทางก็เจอพิษวิกฤตเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ทำให้มูลค่าการส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะในประเทศกลุ่มนี้หายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน ประกอบกับหลายประเทศก็สามารถผลิตรถยนต์ในประเทศเองได้ และเริ่มส่งออกรถยนต์เป็นคันด้วยเหมือนกัน

ยกตัวอย่าง การเริ่มการประกอบรถยนต์ในฟิลิปปินส์ (หลังจากที่เกิดไปแล้วกับอินโดนีเซียเมื่อหลายปีก่อน) นับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ (อีกครั้ง) ที่ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะต้องคิดอย่างจริงจังเสียที ว่าจะทำอย่างไรกับกำลังการผลิตที่เหลือเกือบล้านคัน ถ้าลองคำนวณง่าย ๆ ดู จะพบว่าหากไม่มีตลาดฟิลิปปินส์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกรถยนต์เป็นคันของไทยจะลดฮวบลงทันที

อย่างไรก็ตาม แม้การส่งออกจะอยู่ในสภาวะที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง แต่ในทางตรงกันข้าม ปีที่แล้วเราเห็นการขยายตัวของการส่งออกชิ้นส่วนรวมเครื่องยนต์มีมูลค่ามากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของโรงงานชิ้นส่วนในไทยกับโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในอาเซียนและภูมิภาคอื่น จนไทยเองได้เป็นผู้ส่งออกชิ้นส่วนที่สำคัญให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ที่มีอยู่ทั่วโลกไปแล้ว

โดยมูลค่าการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศใหม่ ๆ คิดเป็นเกือบ 40% เทียบกับ 10% เมื่อ 5 ปีก่อน และปี 2018 นี้น่าจะเป็นปีที่เห็นการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่เคยเป็นผู้นำเข้ารถยนต์แต่เปลี่ยนมาเป็นผู้ประกอบรถยนต์ภายในประเทศเอง

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่กลายเป็นประเด็นร้อนในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก คือ รถยนต์ไฟฟ้า หลังจากเป็นที่ถกเถียงกันมาสักระยะหนึ่ง ที่ชัดเจนที่สุดคงไม่พ้นการที่จีน ประเทศที่เป็นทั้งตลาดและฐานการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (มีสัดส่วนคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก) ประกาศว่าจะบังคับให้สัดส่วนการผลิตและขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบแบตเตอรี่และแบบปลั๊กอินไฮบริด มีไม่น้อยกว่า 10%

การประกาศของจีนครั้งนี้ ประกอบกับกระแสการยกเลิกหรือการจำกัดการขายรถใหม่ที่เป็นเครื่องยนต์ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศขนาดใหญ่อย่างอินเดีย ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกต้องปรับตัวตามไปด้วย นอกจากนี้ล่าสุดผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเจ้าใหญ่ซึ่งเป็นฝ่ายยื้อมาตลอดว่า โลกนี้ยังไม่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้ออกมาประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยประกาศจับมือกับผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลกเพื่อเตรียมพร้อมเดินหน้าโครงการนี้อย่างเต็มที่

ซึ่งเมื่อค่ายรถญี่ปุ่นเริ่มขยับตัว ไทยเองซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญก็ต้องเดินเกมตามรอยนี้เช่นกัน และเราก็คิดว่าปี 2018 นี้น่าจะเป็นปีที่ได้เห็นกลุ่มบริษัทด้านพลังงานและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทยเริ่มขยับตัวกันชัดเจนมากขึ้น ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ดี ในขณะที่ภาครัฐพยายามผลักดันให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะในเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ถ้าหากตลาดรถยนต์ในประเทศไม่ได้รับการกระตุ้นให้ขยายขนาดมากกว่านี้อีกสักหน่อย คงเป็นเรื่องยากที่จะมีการลงทุนใหม่ ๆ เข้ามา

นโยบายสนับสนุนคงเป็นประเด็นที่ควรมีการพิจารณากันมากขึ้นในปี 2018 โดยเฉพาะการจัดการกับอายุเฉลี่ยของรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่ง มีอายุมากกว่า 7 ปี และเกิน 1 ใน 5 มีอายุมากกว่า 15 ปี และระดับราคารถยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่ยังคงสูงอยู่มาก