เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลสรุปจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้อนุมัติแผนแม่บทแก้ปัญหาพื้นที่ภูทับเบิกประจำปี พ.ศ.2560-2565 แล้ว สืบเนื่องจากเป็นพื้นที่ภูทับเบิกเป็นพื้นที่ในอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ทั้งหมด 13,447 ไร่ ซึ่งได้รับการจัดตั้งให้เป็นนิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ตนเองชาวเขาตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2509 โดยปัจจุบันยังคงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้ราษฎรใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยทำกิน แต่เกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าบริเวณภูทับเบิกโดยมีการก่อสร้างอาคาร และสิ่งปลูกสร้างลักษณะรีสอร์ต ร้านอาหาร และร้านค้า เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ ทำให้ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งกระทบต่อสภาพภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ผิดวัตถุประสงค์
ทั้งนี้ แผนงานที่ได้รับการอนุมัติแบ่งเป็นแผนเฉพาะด้าน 6 ด้าน ได้แก่ (1) แผนการบริหารและจัดการพื้นที่ภูทับเบิก เช่น การจัดทำผังพัฒนาพื้นที่โดยตั้งคณะกรรมการคัดกรองราษฎรหรือผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในพื้นที่ จัดตั้งกลุ่มประชาชน กลุ่มสหกรณ์เพื่อกำกับดูแลพื้นที่ร่วมกับภาครัฐ การจัดมาตรการรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบพื้นที่
(2) แผนการบริหารจัดการพื้นที่ผ่อนปรน รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบการที่กระทำความผิด ปรับปรุงโครงสร้างไม่มั่นคงให้แข็งแรง ฟื้นฟูพัฒนาพื้นที่ที่ได้รับจากกรมบังคับคดีและพื้นที่ส่วนกลาง ควบคุมมาตรฐานการดำเนินการที่พัก ร้านอาหารและร้านค้าของผู้ประกอบการที่เป็นชาวเขาตั้งอยู่เดิมเดิม
(3) แผนจัดการพัฒนาที่อยู่อาศัย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและจัดระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการต่อความต้องการของชุมชน รองรับการขยายตัวในอนาคต
(4) แผนการจัดการพื้นที่ทำกิน เช่น กำหนดของเขตที่ดินทำกินให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่ จัดให้มีมาตรการควบคุมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อย่างเหมาะสม
(5) แผนการจัดการพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงการป้องกันและปราบปรามพื้นที่สภาพป่า เช่น มีการกำหนดพื้นที่ป่าไม้ให้ชัดเจน มีการป้องกันการรุกล้ำพื้นที่ป่าไม้โดยใช้มาตรการกฎหมายและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชน
และ (6) แผนการจัดการพื้นที่ส่วนกลาง เช่น การวางแผนและการวางผังจากการใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนกลางเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนโดยรวม รวมทั้งส่งเสริมอาชีพและความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดียิ่งขึ้น