เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

รู้จัก นกชนหิน สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ในไทยพบกี่ตัว ทำไมต้องอนุรักษ์

07 ก.ย. 2565 | 16:08น.
นกชนหิน สัตว์อนุรักษ์ลำดับที่ 20 ของไทย

ชวนทำความรู้จัก “นกชนหิน” หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เป็นสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติมลำดับที่ 20

วันที่ 7 กันยายน 2565 กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติม ซึ่งได้แก่ นกชนหิน (Rhinoplex Vigil) เนื่องจากเป็นสัตว์ป่าหายาก ถูกคุกคามอย่างหนัก

การที่นกชนหินได้ถูกยกสถานะจากสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 410 เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 นั้น นอกจากจะเป็นการคุ้มครองทางกฎหมายให้เข้มงวดขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ และเพื่อให้สอดคล้องไปกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าใกล้สูณพันธ์ในระดับนานาชาติ ตามภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) อีกด้วย

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมเรื่องราวและทำความรู้จักกับนกชนหิน สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 สำหรับผู้ที่สนใจ ดังนี้

ลักษณะและนิสัยทั่วไป

นกชนหินเป็น 1 ใน 13 ชนิดของนกเงือกที่พบในประเทศไทย และจัดเป็นเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Rhinoplex ซึ่งทั้ง 13 ชนิดมีสายพันธุ์ที่เก่าแก่ยาวนานมาตั้งแต่ 45 ล้านปีที่แล้ว โดยนกชนหินจะมีลักษณะเด่นกว่านกเงือกชนิดอื่น ๆ ด้วยโหนกสีแดงขนาดใหญ่บนหัว และสันบนปากที่หนาใหญ่และมีเนื้อในสีขาวตันคล้ายงาช้าง

นกชนหินจะมีอุปนิสัยการหากินอยู่ในระดับยอดไม้และกินผลไม้เป็นส่วนใหญ่ แต่บางครั้งก็กินสัตว์ตัวเล็ก ๆ เช่น กระรอก กิ้งก่า หรือกินนกด้วยกันเอง การที่นกชนหินและนกเงือกชนิดอื่น ๆ กินผลไม้ เช่น ลูกไทร ทำให้มันมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูป่าไม้ผ่านการกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ต่าง ๆ จากมูลของพวกมัน

โดยปกติแล้วนกชนหินจะใช้ชีวิตอยู่แบบสันโดษหรืออยู่เป็นคู่ ชอบทำรังในต้นไม้ที่มีขนาดสูงใหญ่และเป็นโพรง ดังนั้นผืนป่าจึงต้องมีความอุดมสมบูรณ์มากพอที่จะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ไว้ให้พวกมันทำรังและขยายพันธุ์ได้ โดยฤดูผสมพันธุ์จะเริ่มในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์และจะผสมพันธุ์เพียงปีละหนึ่งครั้งและมีลูกครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น

แม่นกจะเป็นผู้ที่เลี้ยงลูกอยู่ในโพรงตลอดระยะเวลา 5 เดือนโดยไม่ออกไปไหน ส่วนพ่อนกจะเป็นตัวที่ออกไปหาอาหาร

ไทยพบนกชนหินไม่ถึง 100 ตัว

ถิ่นอาศัยของนกชนหินจะกระจายอยู่ในป่าดิบชื้นระดับต่ำ ตั้งแต่บางส่วนของประเทศพม่า เรื่อยมาจนถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย และทางตอนใต้ของประเทศไทย บริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี อุทยานแห่งชาติบางลาง อุทยานแห่งชาติเขาสก อุทยานแห่งชาติศรีพังงา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง ที่มีพื้นที่ป่าอยู่ประมาณ 600,000 ไร่ ซึ่งเป็นกระจายพันธุ์เฉพาะตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปจนถึงจังหวัดนราธิวาสเท่านั้น

จำนวนประชากรของนกชนหินในประเทศไทยอยู่ในขั้นวิกฤตเป็นอย่างยิ่ง โดยพบเพียงไม่ถึง 100 ตัว และในพื้นที่อนุรักษ์สำคัญอย่างอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง พบเพียง 20 ตัวเท่านั้นจากการสำรวจในปี 2562

นกชนหินกำลังถูกคุกคามจากมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยอนุสัญญาไซเตส (CITES) ได้จัดพวกมันให้อยู่ในบัญชีที่ 1 ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ห้ามค้าโดยเด็ดขาดเนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์ ยกเว้นเพื่อการศึกษาวิจัยและเพาะพันธุ์ อีกทั้งบัญชีแดงไอยูซีเอ็น (IUCN Red List) สถาบันหลักที่มีอำนาจในการระบุฐานะและสถานภาพต่าง ๆ ของสปีชีส์ ได้จัดให้นกชนหินอยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered-CR)

งาสีเลือด

นกชนหินเป็นที่ต้องการของบรรดาพรานป่าที่ต้องการส่วนหัวของพวกมันเพื่อนำไปขายต่อ โหนกสีแดงบนหัวอันเป็นที่ต้องการนั้นถูกเรียกว่า “งาสีเลือด” ซึ่งมีน้ำหนักถึง 11% ของน้ำหนักตัว และมีลักษณะพิเศษต่างจากนกเงือกชนิดอื่น ๆ เพราะเป็นส่วนที่ทึบตันทั้งชิ้น และเหมาะกับการนำไปแกะสลักเป็นเครื่องประดับ ซึ่งตลาดที่รอรับซื้ออยู่คือประเทศจีน ซึ่งโหนกของนกชนหินจัดอยู่ในประเภทเดียวกับงาช้างและนอแรด สีแดงของโหนกนกชนหินจึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดเนื่องจากเป็นสีมงคลของประเทศจีน

และด้วยวิถีชีวิตของนกชนหินที่ผสมพันธุ์ปีละ 1 ครั้ง และมีลูกครั้งละ 1 ตัว อีกทั้งตัวแม่จะเฝ้ารังอยู่ตลอดเวลาและให้ตัวพ่อออกไปหาอาหาร ดังนั้นเมื่อเกิดอันตรายใด ๆ ทั้งจากธรรมชาติและด้วยเงื้อมมือของมนุษย์กับพ่อนกก็หมายถึงความตายของนกทั้งรัง จากเดิมที่มีความเสี่ยงในการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติสูงอยู่แล้ว และยิ่งต้องพบกับการคุกคามจากมนุษย์ด้วย

จึงทำให้จำนวนประชากรของนกชนหินนั้นลดลงจนเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีของพม่า มาเลเซีย เกาะสุมาตราและบอร์เนียวของอินโดนีเซีย ที่การล่านกชนหินดูจะหนักกว่าประเทศไทยด้วยซ้ำไป

กว่าจะเป็นสัตว์สงวนลำดับที่ 20

ในประเทศไทย เดิมทีนกชนหินมีสถานะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และอยู่ในบัญชีประเภทที่ 1 ของไซเตส แต่ก็ยังมีการล่าและประกาศขายชิ้นส่วนกันอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำให้กลุ่มคนอนุรักษ์เริ่มออกมาเรียกร้องให้มีการปกป้อง

แกนนำสำคัญคือมูลนิธิสืบนาคะเสถียรและเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ รวมถึงการรวบรวมรายชื่อประชาชนทั่วไปผ่านแคมเปญใน change.org กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนกชนหินและเสนอต่อคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติในปี 2564
อยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานถึงปีเศษ

จนในที่สุด เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2565 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ตามหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติม