เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บางกอกเจมส์ จัดเต็มรูปแบบ คาดยอดขาย 5 วัน 3,000 ล้านบาท

09 ก.ย. 2565 | 12:48น.
บางกอกเจมส์ ครั้งที่ 67 คาดยอดขาย 5 วัน 3,000 ล้านบาท

บางกอกเจมส์ ครั้งที่ 67 คาดยอดขาย 5 วัน 3,000 ล้านบาท

Bangkok Gems ครั้งที่ 67 จัดเต็มรูปแบบครั้งแรก รวมผู้ซื้อ-ผู้ขายกว่า 15,000 ราย คาดยอดขาย 5 วัน 3,000 ล้านบาท

วันที่ 9 กันยายน 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเปิดงานแสดงอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 67 (Bangkok Gems and Jewelry Fair : BGJF 67th Edition) ว่าการจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดเต็มรูปแบบในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย โดยมีผู้ประกอบการสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมาจัดแสดงสินค้า จำนวน 1,020 บริษัท พื้นที่ 2,004 คูหา ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 30%

การจัดงานในครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้ซื้อจากทั่วโลกเดินทางมาเจรจาการค้ามากกว่า 15,000 ราย คาดว่าจะมียอดการซื้อขายภายในงานสูงถึง 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยส่งผลให้การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 20% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และคาดหวังว่างาน Bangkok Gems and Jewelry Fair จะก้าวขึ้นมาเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกต่อไป

“งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ที่ผ่านมา ช่วงระยะเวลาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้มีการปรับรูปแบบการจัดงานสู่งานแสดงสินค้าเสมือนจริง ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายผ่านการจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์ครั้งละกว่า 500 ล้านบาท ครั้งนี้จัดเต็มรูปแบบ เชื่อว่ามูลค่าการซื้อ-ขายจะเติบโตไปได้”

สำหรับในช่วงปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยเผชิญความท้าทายต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สงครามการค้าสหรัฐ-จีน การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน การระบาดของโรคโควิด-19 จนถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนโลจิสติกส์ ที่ส่งผลกระทบกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการค้าโลกในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ตนได้มอบนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดการส่งออกเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก มุ่งเน้นรักษาตลาดเดิม เปิดตลาดใหม่ และฟื้นฟูตลาดเก่าที่เคยเป็นตลาดสำคัญ และใช้ยุทธศาสตร์การสร้างพันธมิตรในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับกับตลาดเป้าหมาย

ด้วยการจัดทำ Mini FTA ที่ลงลึกระดับเมือง/รัฐ/มณฑลที่มีศักยภาพ ที่ผ่านมาได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ กับเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของญี่ปุ่น เพื่อเสริมศักยภาพของกันและกัน ในการยกระดัอุตสาหกรรมของทั้ง 2 ประเทศร่วมกัน

ทั้งนี้ ผลการผลักดันการส่งออกเชิงรุกตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 29.8% ในปี 2564 ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ถึง 4 เท่า สามารถนำรายได้เข้าประเทศ 194,950 ล้านบาท และในปี 2565 ตั้งเป้าไว้ที่ 234,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกมีมูลค่าสูงถึง 149,842 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 50.64%

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก เนื่องจากมีผู้ประกอบการ SMEs ที่อยู่ในอุตสาหกรรมถึงกว่า 90% มีการจ้างแรงงานในห่วงโซ่อุปทานถึงกว่า 664,000 คน

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังมีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ ที่มีทั้งความเชี่ยวชาญด้านการผลิต ช่างฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะและฝีมืออันประณีตในการคัดสรร การเจียระไน การขึ้นรูป รวมถึงการออกแบบ ซึ่งจากศักยภาพดังกล่าว

รัฐบาลไทยจึงมีนโยบายส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดอัญมณี บางกอกเจมส์