เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
Finance ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
Economic ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
Tech คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
Economic แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (14 ก.ย. 69) ปรับลง 0.59% อยู่ที่ 76,774 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (14 ก.ย. 69) ปรับลง 0.59% อยู่ที่ 76,774 เหรียญสหรัฐ
ยกเครื่อง ‘การแข่งขัน’ เลิกบิดเบือนตลาดรับกติกาโลก
Economic ยกเครื่อง ‘การแข่งขัน’ เลิกบิดเบือนตลาดรับกติกาโลก
ก.ล.ต.ย่นเวลา IPO ดึง New Economy เข้าตลาดหุ้น
Finance ก.ล.ต.ย่นเวลา IPO ดึง New Economy เข้าตลาดหุ้น
ดวงรายสัปดาห์ 13-19 กันยายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 13-19 กันยายน 2569
ดูทั้งหมด

บิ๊กดาต้า-ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ งานร้อนดีอี ปลัด “อัจฉรินทร์”

27 ม.ค. 2561 | 23:00น.

ข้ามห้วยจากรองเลขาธิการ BOI มารับตำแหน่งปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) 4 เดือนแล้วสำหรับ “อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย” พร้อมโจทย์ใหญ่ในการขับเคลื่อนนโยบายสารพัดเรื่องให้เสร็จทันใจรัฐบาล หลังเปลี่ยนชื่อกระทรวงใหม่ได้ปีเดียวเปลี่ยนปลัดไปแล้ว 3 คน “ประชาชาติธุรกิจ” พาไปคุยด้วยดังนี้

Q : มารับตำแหน่งแล้วต่างจากที่คิด

ก็มีเซอร์ไพรส์แค่เรื่องว่า นี่อุปกรณ์เป็นไอทีโบราณมาก ลักษณะการทำงานมีเอกสารเยอะมาก ก็พยายามปรับรูปแบบให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น ให้สมเป็นกระทรวงดิจิทัล แต่ที่พลิกล็อกอีกอย่างคือ คนกระทรวงนี้อยาก change มาก และแอ็กทีฟมาก ไม่เหมือนที่คิดไว้ ซึ่งความอยากเปลี่ยนคือสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

สิ่งแรก ๆ ที่ต้องปรับคือกระบวนการทำงานให้ใช้ดิจิทัล หรือ e-Government ถ้าไม่ปรับทั้งบิ๊ก ดาต้า การออกนโยบายอย่างรวดเร็วจะทำไม่ได้ ข้อมูลต้องจัดเก็บเป็นดิจิทัล มีดาต้าเบส นำออนไลน์มาใช้ ส่วนอุปกรณ์ก็ต้องรีบเปลี่ยนโดยด่วน

Q : อุปสรรคการทำงาน

ปัญหาเก่าไม่ใช่แค่ไทยคมยังมีไอซีทีชุมชน และอีกหลายเรื่อง การทำงานถ้ายังมีขยะกองไว้ขวางไว้ ก็เดินหน้าต่อไม่ได้จึงพยายามสะสางทำให้ทุกคนเป็นอิสระ กล้าทำงาน กล้าเดินไปข้างหน้าได้

Q : ขยะกองใหญ่สุด

คดีความต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่เป็นไร รอ กระบวนการไป แต่อีกก้อนใหญ่ที่อยากสะสางคือในกระทรวงเอง อย่างการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ต้องแก้ไขให้ชัดเจน หลายอย่างไม่ใช่เรื่องคอร์รัปชั่น แต่คาราคาซัง

เพราะตรวจรับไม่ได้ ไม่ตรง TOR ด้วยสถานการณ์หน้างานที่เปลี่ยนไป อาทิ จุดติดตั้งต้องเปลี่ยน แต่ไม่กล้าตัดสินใจ

แก้ TOR ทั้งที่เป็นความจำเป็น

Q : งานเร่งด่วน

ก็ยังเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่สั่งมาและผลต้องออกให้เร็ว ก็ดีใจที่เน็ตประชารัฐติดตั้งเสร็จแล้ว แต่งานไม่จบแค่นั้น ต้องให้เกิดการใช้งานด้วย มีการสร้างการรับรู้ให้ลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ฝึกเทรนเนอร์ให้ทุกหมู่บ้าน จาก 4 คนที่เป็นแกนนำก็ขยายเป็น 40 คนต่อหมู่บ้าน เชื่อว่าถ้ามีความรู้จะทำให้เกิดความอยากใช้และใช้อย่างปลอดภัย เพราะการที่เราลากสายอินเทอร์เน็ตไปให้ถึงบ้าน มันหมายถึงภัยต่าง ๆ บนโลกออนไลน์จะตามไปด้วย จึงต้องทำให้ชาวบ้านรู้เท่าทัน พวกนี้บรรจุไว้ในหลักสูตรที่ฝึกอบรม ไม่ให้ชาวบ้านตกเป็นเหยื่อ แล้วยังมีเรื่องความปลอดภัยอื่น ๆ

Q : ศูนย์ไอซีทีชุมชนจะยังมีอยู่

จะอัพเกรดให้เป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน นี่ก็ค้างเติ่งมาเป็นปี เพิ่งไล่บี้เสร็จ ติดตั้งไปแล้วหมื่นจุด แต่มีปัญหาจริง ๆ ไม่ถึง 2 พันจุด มีบางส่วนที่กลายเป็นศูนย์ร้าง เนื่องจากพอโครงการเดิมสิ้นสุด

การสนับสนุนงบประมาณก็ไม่มีใครในชุมชนทำต่อ จึงต้องวิ่งไปติดต่อหาที่ตั้งศูนย์ใหม่ที่คงการติดตั้งตามเงื่อนไข TOR ไว้ได้ ก็ไปประสานกับกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้จำนวนจุดครบ ก็จะมีการเซ็นอนุมัติแก้จุดติดตั้งใน TOR เดิมให้เป็นตามพื้นที่ที่ประสานงานมาได้ และให้ขยายเวลาติดตั้ง คาดว่า มี.ค.นี้จะเสร็จสิ้นทั้งหมด และได้ใช้งานฟรีทั้งค่าเน็ตค่าไฟค่าดูแลรักษา 1 ปี นี่ก็ถือว่าปิดจ็อบ ส่วนในปีถัดไปทาง สดช. (สำนักงานคณะกรรมการดีอีแห่งชาติ) ก็จะไปหางบฯสนับสนุนต่อ

Q : งานหินที่รออยู่

บิ๊กดาต้าของ 20 หน่วยงาน นายกฯ เอาจริงมากว่าต้องทำให้เสร็จ ขั้นแรกต้องมีดาต้าเบสที่ดี ตอนนี้ สรอ. (สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์) กำลังไล่เช็กสถานะแต่ละหน่วยงาน คือดาต้าเบสที่ดีต้องเป็นอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อกันได้ ข้อมูลต้องมีคุณภาพและไม่ใช่แค่เป็นไฟล์ PDF ก็ถือเป็นอิเล็กทรอนิกส์

อีกงานคือ ดาต้า อนาไลติก ดึงทั้งมหาวิทยาลัยและเนคเทคมาทำ สร้างทีมทำงาน 5 ทีม หยิบข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐต้องใช้นำร่องไปก่อน อย่างสาธารณสุข ท่องเที่ยว พลังงาน จะตั้งโจทย์ที่รัฐบาลอยากรู้ให้นักเรียนทุนของรัฐบาลของมหาวิทยาลัย มาทำ

โปรเจ็กต์นำร่อง แล้วก็ดึงเอกชนมาร่วมด้วย กวาดข้อมูลเก่ามาวิเคราะห์ เชื่อว่า 3 เดือนจะตอบโจทย์อะไรออกมาได้ ให้เป็นตัวอย่างว่าทำได้จริง ก่อนตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลบิ๊กดาต้า ทำดาต้าอนาไลติกของประเทศให้ทันรัฐบาลนี้

Q : ตั้งเนชั่นแนลไซเบอร์ซีเคียวริตี้

ใช่ แต่ยังต้องให้ที่ประชุมคณะกรรมการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่มีนายกฯ เป็นประธาน ตัดสินใจว่าจะอัพเกรด สพธอ. หรือไม่ ก็เตรียมเอกสารประชุมไว้ให้ว่าแต่ละประเทศมีรูปแบบไหน มีกรอบแค่ไหน ถ้า พ.ร.บ.ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ช้า ก็อาจออก ม.44 นายกฯอยากให้มีโครงการขับเคลื่อนนำร่องไปก่อน

Q : งานนี้เผือกร้อนมาก

ถูกต้อง แต่ขอยืนยันว่า ่ไม่ใช่การทำซิงเกิลเกตเวย์ แต่หลักการคือถ้าเกิดวิกฤตถูกโจมตีทางไซเบอร์ขึ้นมา ใครจะรับมือ ขั้นตอนกระบวนการเป็นอย่างไร อย่างแรกคือต้องชี้ว่าโครงข่าย

ใดที่ถือว่า crisis service คือ โทรคมนาคม เฮลท์แคร์ โรงพยาบาล สถาบันการเงิน พลังงาน สาธารณูปโภค แต่ละแห่งต้องเข้าไปดูโครงข่ายตัวเอง ต้องมีเซิร์ต (CERT)มีทีมมอนิเตอร์ ถ้าไม่มีก็ต้องขึ้นกับเซิร์ตกลาง ไม่ใช่ซิงเกิลเกตเวย์ แต่ถ้าวิกฤตถึงระดับเนชั่นแนลไซเบอร์เอเยนซี่แล้วแสดงว่าอาจต้องชัตดาวน์ แต่ถ้าแต่ละระดับรับมือได้ก็ไม่เกิดสถานการณ์นี้

Q : เป็นรัฐบาลทหารคนกังวลเยอะ

ถ้าดูภารกิจแล้ว จะเห็นว่าแต่ละระดับจะมีการมอนิเตอร์ มีระบบแอ็กชั่น อย่างตอนนี้สถาบันการเงินก็ทำอยู่แล้ว มีแบงก์ชาติดูแล และย้ำว่า นี่ไม่ใช่การบล็อกเว็บ แต่เพื่อป้องกันการถูกโจมตี จากแฮกเกอร์จากไวรัส ไม่ให้ระบบล่ม นี่คือไซเบอร์ซีเคียวริตี้จริง ๆ

กฎหมายตระกูลนี้ยังมีทั้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ต้องให้ทันกฎ GDPR (คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ของ EU พ.ค.นี้ เราเพิ่งเริ่มก็จะพยายามให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ทำคู่กับไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ตอนเป็นไอซีทีเคยส่งไปในคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว แต่พอเปลี่ยนชื่อกระทรวงก็ตีกลับมาใหม่ จะพยายามส่งกลับเข้ากฤษฎีกา และ ครม.ให้ทัน ม.ค.นี้

Q : งานใหม่ที่อยากทำ

ก็เป็นเซอร์วิสอะไรใหม่ ๆ สร้างองค์ความรู้ สร้างความตระหนักด้านดิจิทัล สร้างคนสร้างผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ขึ้นมา

Q : การดูแล “ทีโอที-แคท”

หนักใจกว่างานบิ๊กดาต้าด้วยซ้ำ แต่เป็นการทำตามหน้าที่ เป้าหมายคือ ทั้งคู่ต้องทำธุรกิจต่อไปอย่างแข่งขันได้ เม.ย.นี้ 2 บริษัทลูกทั้ง NBN NGDC ต้องเริ่มทำธุรกิจได้

Q : นิยามกระทรวงยุคนี้

อยากเห็นกระทรวงเป็นผู้วางกำหนดนโยบายที่ให้ประเทศทันสมัยในการใช้งานดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย มอนิเตอร์คอยอำนวยความสะดวกให้