เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“ดร.เบญจรงค์” ฟันธงปัญหาหนี้เสียผ่านจุดสูงสุดในไตรมาส 3/60 ปีนี้ภาพรวมอสังหาฯ โตเหนือจีดีพีอยู่ที่ 5%

30 ม.ค. 2561 | 12:05น.

งานสัมมนา 3 สมาคมวงการอสังหาริมทรัพย์ ประจำปี 2561 วันที่ 31 มกราคม 2561 โดย ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บรรยายหัวข้อ “แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจ ตลาดเงิน และตลาดทุนของโลกและไทย และผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561” สรุปดังนี้

เศรษฐกิจไทยเราเซอร์ไพรส์ว่าทำได้ดีขนาดนี้ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 คิดว่าเป็นนโยบายอุตสาหกรรม ไม่คิดว่าเป็นนโยบายจีดีพี ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์มองเมื่อสองปีที่แล้ว จีดีพีจะกลับมาขยายตัว 4% เป็นไปได้จริงหรือ แต่ก็ใกล้เคียงแล้ว จากปกติเราตั้งประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจเพื่อจะปรับลดลงระหว่างกลางปี แต่ปีที่แล้วค่อนข้างเป็นไปตามประมาณการณ์

เศรษฐกิจสหรัฐปีที่แล้วค่อนข้างกลับมาฟื้นตัวได้เทียบเท่ากับช่วงก่อนมีปัญหาซับไพร์ม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี

แนวโน้มค่าเงินบาทแข็งตัวขึ้น เป็นปัจจัยของเศรษฐกิจไทยปีนี้ โดยปัญหาเศรษฐกิจไทยอยู่ที่จะกระจายตัวยังไง โดยเราไม่ได้พึ่งภาคส่งออกเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันเราพึ่งตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศอย่างละครึ่ง/ครึ่ง

โจทย์อยุ่แค่การฟื้นตัวจาก “เศรษฐกิจต่างประเทศ” มีการฟื้นตัว ซึ่งการบริโภคของไทยเฉลี่ยปีละ 3% แต่เศรษฐกิจโลกโตช้ากว่า

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีบริษัท 3 ล้านราย แต่มีบริษัทส่งออกเพียง 20,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นระดับเอสเอมอี 12,000 รายที่ไมไ่ด้ประโยชน์จากภาพรวม , ในด้านภาคเกษตร ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ถ้าแก้ไขได้ภาพรวมจะดีมากเพราะมีการจ้างงานแรงงานเกษตร 32% ซึ่งสภาพปัญหาคือจ้างงานเกษตรอย่างไร้ประสิทธิภาพ, อีก 55% อยู่ในบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งภาพใหญ่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้จึงต้องพึ่งให้เอสเอมอีเติบโตได้

ในส่วนกำลังซื้อในประเทศ แบ่งสองส่วนคือกำลังซื้อในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กับกำลังซื้อในต่างจังหวัด , ภาคท่องเที่ยวเป็นตัวช่วยได้ในระดับรายจังหวัด ไม่ได้ช่วยต่างจังหวัดทั้งประเทศ เพราะจังหวัดท่องเที่ยวมีเพียงไม่เกิน 10 จังหวัด โดยโตจากการใช้จ่ายของต่างชาติที่มีการกระจุกตัวในหัวเมืองหลัก 4 จังหวัดเท่านั้น ได้แก่ ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล

“ยกตัวอย่าง พิษณุโลกเป็นจังหวัดทางผ่าน นักท่องเที่ยวเยอะแต่ได้ฝุ่นเพราะนักท่องเที่ยวนั่งรถผ่าน จึงไม่ช่วยกระจายรายได้ให้จังหวัด”

ทั้งนี้ ผลประกอบการเอสเอมอีแย่ที่สุด ตัวหลักมาจากหนี้เสียของเอสเอมอี ซึ่งรับผลกระทบจากหนี้เสียของผู้บริโภค เป็นเหตุผลที่ทำให้แบงก์เอกชนระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยสองปีที่ผ่านมา วงการแบงก์เรียกว่า credit cycle ซึ่งจุดเสี่ยงสูงสุดเราผ่านมาแล้วในไตรมาส 3/60 จากนี้ไปเริ่มเห็นเป้าหมายการขยายตัวสินเชื่อสูงกว่าปีที่ผ่านมา จึงมองว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะหนี้เสียสูงและเริ่มนิ่ง โดยต้องบริหารหนี้เสียไปพร้อมๆ กับบริหารสินเชื่อปล่อยใหม่

ปี 2561 แนวโน้มสินเชื่อน่าจะขยายตัวได้ดีขึ้น ปีที่แล้วขยาย 4% ปีนี้มองไว้ที่โต 5-6% แต่กังวลสุดคือกลุ่มเอสเอมอี , โดยสินเชื่อคอร์ปอเรตขยายตัวดีในกลุ่มผู้ส่งออก

ในด้านดอกเบี้ย ปีนี้มีโอกาสขาขึ้นได้ แม้กนง.สามารถยืดได้ถึงปลายปี เราเห็นสัญญาณการกระจายตัวเศรษฐกิจมากเท่าไหร่ ในช่วงครึ่งปีแรกจะเป็นตัวบอกได้ดี เช่น ประเมินโต 3% แต่ทำได้ 3.2% เท่ากับส่งสัญญาณชัดเจน

ทั้งนี้ ปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทยคือธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ, ตลาดพันธบัตรยังสามารถดูดซับได้อยู่ แม้หนี้เสียของพันธบัตรระยะสั้น (ตั๋วบีอี) แต่เราก็ยังไม่เคยเห็นรัฐบาลไทยเจ๊ง ไม่เคยมีการผิดนัดชำระหนี้ ในขณะที่ 17,000 ล้านบาทของบีอี เทียบกับตลาดพันธบัตรเอกชนมีสัดส่วนเพียง 0.4% เท่านั้น เทียบกับพันธบัตรรัฐบาลปล่อยไป 10 ล้านล้านบาท มีหนี้เสีย 3%

สรุปสั้นๆ ตลาดอสังหาฯ ปีนี้คาดหวังว่าดีขึ้น แต่ไม่ใช่ปีที่ร้อนแรง อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ตลาดโตเหนือจีดีพีอยู่ที่ 5% , ราคาที่ดินปรับขึ้นเร็วมาก ขึ้นเร็วก่อนโครงการจะเริ่มลงทุนด้วยซ้ำ , ค่าแรงที่ปรับขึ้นกระทบต่อต้นทุนโครงการด้วย, คอนโดแนวรถไฟฟ้ายังไปได้ดี, แนวราบยังขายได้ในกลุ่มเซกเมนต์กำลังซื้อสูง ขณะที่ตลาดล่างยังไม่ฟื้น-ต่างจังหวัดยังไม่ดี

“ภาคอสังหาฯ ปีนี้ไม่ใช่ปีที่ร้อนแรง แต่เป็นปีที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พร็อพเพอร์ตี้