เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“โอสถสภา” บุกกาแฟกระป๋อง เขย่าตลาด 1.2 หมื่นล้านเดือด

09 ก.พ. 2561 | 10:18น.

“โอสถสภา” แตกไลน์ รุกตลาดกาแฟกระป๋อง ส่ง “เอ็ม เพรสโซ ดับเบิลช็อต” เขย่าตลาด 1.2 หมื่นล้าน พร้อมทุ่มดึง เจนนี่-เทียนโพธิ์สุวรรณ เจ-เจตริน เป็นพรีเซ็นเตอร์ แท็กทีมสร้างแบรนดิ้ง

รายงานจาก บริษัท โอสถสภา จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง เอ็ม-150, เครื่องดื่มเอ็มเกลือแร่ ฯลฯ ระบุว่า ล่าสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทได้แตกไลน์เครื่องดื่มใหม่ในกลุ่มกาแฟกระป๋อง ภายใต้แบรนด์เอ็มเพรสโซ ดับเบิล ช็อต เข้าสู่ตลาด โดยในช่วงแรกได้เปิดตัว 2 รสชาติ คือ โรบัสต้า และเอสเปรสโซ ราคากระป๋องละ 15 บาท วางจำหน่ายในช่องทางร้านค้าปลีก และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

รายงานข่าวยังระบุว่า สินค้าตัวใหม่นี้ถือเป็นการเพิ่มพอร์ตโฟลิโอของสินค้าให้หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้บริโภคของบริษัท หลังจากที่มีสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มหลัก ๆ แล้ว เช่น ชูกำลัง, เกลือแร่, เครื่องดื่มเป๊ปทีน, เครื่องดื่มวิตามินซี ซีวิต ฯลฯ พร้อมกันนี้ ยังใช้กลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์เพื่อสร้างแบรนด์ และกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ ผ่าน 2 ดาราดัง ได้แก่ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ คู่กับ เจ-เจตริน วรรณธนะสิน ก่อนที่จะมีแคมเปญส่งเสริมการตลาดอื่น ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันตลาดกาแฟกระป๋องมีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท มีผู้เล่นหลัก อาทิ เบอร์ดี้ ครองมาร์เก็ตแชร์กว่า 70% และผู้เล่นอื่น ๆ 30% อาทิ เนสกาแฟ, คาราบาว, ดาวคอฟฟี่, โกปีโก้ ฯลฯ โดยภาพรวมในตลาดขณะนี้ได้รับผลกระทบจากภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ที่ประกาศบังคับใช้ไปเมื่อ 16 กันยายนที่ผ่านมา ที่เรียกเก็บภาษีจากสินค้าประเภทกาแฟพร้อมดื่ม 10% ของราคาขายปลีกแนะนำ และภาษีตามปริมาณความหวาน จากก่อนหน้าที่ไม่เคยเสียภาษีดังกล่าวมาก่อน ทำให้ผู้ผลิตแต่ละรายมีต้นทุนสูงขึ้นจนต้องปรับราคาของสินค้าขึ้นไป

ตาม ๆ กัน เฉลี่ย 2-3 บาทต่อกระป๋อง โดยผู้นำตลาดอย่างเบอร์ดี้ ปรับราคาจาก 13 บาทเป็น 15 บาท, คาราบาว ปรับจาก 10 บาท เป็น 12 บาท เป็นต้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องออกมากระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายด้วยการทำโปรโมชั่นกันเป็นระยะ

ทั้งนี้ ตั้งแต่โอสถสภามีการปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ด้วยการดึงนางวรรณิภา ภักดีบุตร อดีตรองประธานกรรมการบริหารด้านการตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคลและอาหาร บริษัทยูนิลีเวอร์ มานั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอสถสภา จำกัด และมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการบริหารและแนวทางการทำตลาดในเชิงรุกมากขึ้น

เช่น ก่อนหน้านี้โอสถสภาได้รีลอนช์เครื่องดื่มเกลือแร่เอ็ม-สปอร์ต โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “เอ็มเกลือแร่” พร้อมกับการปรับสูตรให้สดชื่น ดื่มง่ายขึ้น และโลโก้ใหม่ที่ทันสมัย เด่นชัดกว่าเดิม รองรับการแข่งขันของตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ ที่ดุเดือดและมีผู้เล่นใหม่เข้ามามากขึ้น ทั้งแบรนด์ไทย เช่น ทิปโก้ เวฟ และแบรนด์ต่างประเทศ เช่น โพคารีสเวท ส่วนเจ้าตลาดอย่างสปอนเซอร์เอง ก็มีการแตกไลน์เครื่องดื่มตัวใหม่ “ไลฟ์ บายสปอนเซอร์” เจาะเซ็กเมนต์ของตลาดที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ แคลอรีต่ำ น้ำตาลน้อย

นอกจากนี้ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ยังได้ปัดฝุ่นแบรนด์เอ็ม-สตอร์ม เครื่องดื่มชูกำลังพรีเมี่ยม โดยปรับภาพลักษณ์ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ด้วยแพ็กเกจจิ้งใหม่ รวมถึงส่งแพ็กเกจจิ้งแบบกระป๋อง ให้ความรู้สึกทันสมัย จับกลุ่มวัยรุ่น และคนทำงานอายุ 18 ปีขึ้นไป มีพรีเซ็นเตอร์ ดา เอ็นโดรฟิน สร้างการรับรู้แบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ในขณะที่เครื่องดื่มชูกำลังเอ็ม-150 ที่เป็นตัวหลักในการสร้างรายได้ของโอสถสภา และมีดีกรีเป็นผู้นำในตลาดด้วยมาร์เก็ตแชร์กว่า 50% จากตลาดมูลค่า 36,000 ล้านบาท ก็ยังคงเดินหน้าอัดเม็ดเงินปลุกทั้งสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง และออนกราวนด์อย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาทุ่มงบฯไปกว่า 100 ล้านบาท ขณะเดียวกันในช่องทางการจำหน่าย โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นซึ่งมีเกือบ 1 หมื่นสาขาทั่วประเทศ จะสังเกตได้ว่า ช่วงหลัง ๆ เครื่องดื่มเอ็ม-150 ได้เข้าไปยึดพื้นที่ในเชลฟ์ตู้แช่ทั้งชั้น เพื่อวางขายแค่สินค้าดังกล่าว และเอ็ม-สตอร์ม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

OSP โอสถสภา