รพ.ลาดพร้าวทุ่ม2พันล้านเพิ่มตึกรับตลาดโต
รพ.ลาดพร้าวทุ่ม 2,000 ล้านบาท ลงทุนรอบทิศ ทั้งรีโนเวตตึก สร้างอาคารประกันสังคมใหม่ที่ซอยลาดพร้าว 93 รองรับกลุ่มลูกค้าประกันสังคม พร้อมเดินหน้าก่อสร้างโรงพยาบาลลำลูกกา คาดสิ้นปีนี้รายได้โต 10-15% จากปีก่อน
ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงพยาบาลลาดพร้าวและโรงพยาบาลลาดพร้าว ลำลูกกา กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจ 5 ปี (ปี 2561-2565) ว่า จะเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง ภายใต้งบฯลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนโรงพยาบาลลาดพร้าว ลำลูกกา ประมาณ 800-1,000 ล้านบาท ตอนนี้อยู่ระหว่างยื่นขอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA : Environmental Im-pact Assessment) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างต้นปีนี้ ตามด้วยการลงทุนในโรงพยาบาลเอกชนแถบภาคตะวันออก 250-300 ล้านบาท ในลักษณะการเข้าไปถือหุ้นร่วม คาดว่าไตรมาส 1 นี้จะได้ข้อสรุป
ส่วนงบฯลงทุนที่เหลือจะใช้สำหรับรีโนเวตโรงพยาบาลลาดพร้าว อาคารที่จอดรถ และสร้างอาคารใหม่ บนพื้นที่ 1 ไร่ครึ่ง ซอยลาดพร้าว 93 คาดว่าจะก่อสร้างได้ในปีนี้ และจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการประมาณปี 2564 เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าประกันสังคม ซึ่งจะสามารถรองรับได้ประมาณ 270,000 คน จากปัจจุบันที่รองรับผู้ประกันสังคมได้เพียง 160,000 คนเท่านั้น
“การลงทุนใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง จากการเกิดขึ้นของรถไฟฟ้าในปี 2564 โดยคาดว่าจากนี้จำนวนประชากรย่านลาดพร้าวจะเพิ่มเป็น 2 ล้านคนจากปัจจุบันที่ข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะระบุว่า ประชากรย่านลาดพร้าวอยู่ที่ 800,000 คน กลายเป็นอีกโอกาสสำคัญของธุรกิจโรงพยาบาล”
สำหรับภาพรวมการแข่งขันของโรงพยาบาลย่านลาดพร้าวค่อนข้างสูงเพราะมีคู่แข่งหลายราย ทั้งโรงพยาบาลโชคชัย 4 เปาโล รามคำแหง สินแพทย์ ขณะที่โรงพยาบาลลาดพร้าวก็มีจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ทำให้มีฐานลูกค้าเก่าที่ค่อนข้างแข็งแรง ล่าสุดเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการรักษาพยาบาล ได้เปิดอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ขึ้น รองรับกลุ่มโรคผู้สูงอายุ จากการขยายศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางและการเปิดอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ เนื่องจากจะมีฐานลูกค้าเงินสดเพิ่มขึ้น
สอดรับกับนายแพทย์หยี ยิฏฐะสิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เป็นการเพิ่มศักยภาพในด้านต่าง ๆ ให้แข็งแรงมากขึ้น ทั้งด้านเทคโนโลยี ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง รองรับกลุ่มลูกค้าเงินสดเป็นหลัก โดยปัจจุบันแบ่งสัดส่วนฐานลูกค้าเป็นเงินสด 55% และลูกค้าประกันสังคม 45% ขณะที่อนาคตสัดส่วนของลูกค้าทั้งสองกลุ่มอาจจะไม่เพิ่มขึ้นแต่โตขึ้นในแง่ของจำนวน