เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนุทิน-หลี่ เฉียง’ ถก 5 ประเด็นร่วมมือไทย-จีน เชื่อมโครงสร้างพื้นฐาน ศก.อนาคต
Politics ‘อนุทิน-หลี่ เฉียง’ ถก 5 ประเด็นร่วมมือไทย-จีน เชื่อมโครงสร้างพื้นฐาน ศก.อนาคต
ผลสำรวจฮาร์วาร์ดชี้ ผู้บริหารชาย-หญิง มองภาพวิถีการทำงาน “เหลื่อมล้ำคนละมิติ”
HR ผลสำรวจฮาร์วาร์ดชี้ ผู้บริหารชาย-หญิง มองภาพวิถีการทำงาน “เหลื่อมล้ำคนละมิติ”
มอร์แกน สแตนลีย์ เตือน ตลาดดีเซลยุโรปส่อตึงตัวหนัก คลังสำรองอาจต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี
World มอร์แกน สแตนลีย์ เตือน ตลาดดีเซลยุโรปส่อตึงตัวหนัก คลังสำรองอาจต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี
จ่อชง ครม.ทบทวนคลายเกณฑ์ ถือครองรถ-นักศึกษานอกระบบ ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จ่อชง ครม.ทบทวนคลายเกณฑ์ ถือครองรถ-นักศึกษานอกระบบ ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
บขส. ประมูลรถโดยสารมือสอง 122 คัน เริ่มต้น 2 แสนบาท พร้อมขายทอดตลาด 4 ส.ค.นี้
Biz Movement บขส. ประมูลรถโดยสารมือสอง 122 คัน เริ่มต้น 2 แสนบาท พร้อมขายทอดตลาด 4 ส.ค.นี้
นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน สานต่อมิตรภาพ
Politics นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน สานต่อมิตรภาพ
‘อนุทิน’ เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ ‘ปธ.สภาฯ-นายกฯ จีน’ สักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ
Politics ‘อนุทิน’ เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ ‘ปธ.สภาฯ-นายกฯ จีน’ สักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ
ไทยประกันชีวิต Read For Life ปีที่ 5 ปลุกวัฒนธรรมการอ่าน-สร้างโอกาสทางความรู้
SD ไทยประกันชีวิต Read For Life ปีที่ 5 ปลุกวัฒนธรรมการอ่าน-สร้างโอกาสทางความรู้
เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครั้งใหม่ที่ 33.69 บาท/ดอลลาร์ กังวลสงคราม
Finance เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครั้งใหม่ที่ 33.69 บาท/ดอลลาร์ กังวลสงคราม
‘สีหศักดิ์’ ชี้ผล นายกฯ บินจีนยกระดับความร่วมมือทุกมิติ หวัง ‘สี จิ้นผิง’ เยือนไทยปีหน้า
Politics ‘สีหศักดิ์’ ชี้ผล นายกฯ บินจีนยกระดับความร่วมมือทุกมิติ หวัง ‘สี จิ้นผิง’ เยือนไทยปีหน้า
ดูทั้งหมด

การปรับฐานตลาดหุ้น ในวัฏจักรขาขึ้น

20 ก.พ. 2561 | 10:35น.
คอลัมน์ ลงทุนทั่วโลก

โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม บลจ.วรรณ

 

การปรับลงของตลาดหุ้นโลกตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 ก.พ.ถึงวันที่ 8 ก.พ. มาจากเศรษฐกิจสหรัฐ และเศรษฐกิจโลกขยายตัวแข็งแกร่งมากจนทำให้เงินเฟ้อมีสัญญาณเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด โดยตลาดเริ่มปรับฐานเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ก.พ.หลังรายงานตัวเลขการจ้างงานและอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงของสหรัฐในเดือน ม.ค.

โดยค่าจ้างรายชั่วโมงเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.9% YOY เป็นการเพิ่มมากที่สุดในรอบ 10 ปี โดยการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของค่าจ้างรายชั่วโมง ซึ่งถือเป็นดัชนีเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ใช้ประเมินภาวะเศรษฐกิจและเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายการเงิน ทำให้นักลงทุนประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวร้อนแรงกว่าที่คาด และอาจจะทำให้ Fed ขึ้นดอกเบี้ยเร็วและมากกว่าที่คาดไว้ จึงเร่งขายทำกำไรในหุ้นและตราสารหนี้

การเทขายตราสารหนี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (yields) พันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น ทำให้ส่วนต่างของผลตอบแทนในการลงทุนหุ้นเทียบกับพันธบัตร (earning yield gap) ที่เคยอยู่ในระดับสูงนั้นลดลงและส่งผลให้เกิดการเทขายหุ้นต่อเนื่องตามมาอีกระลอก

ขณะที่การซื้อขายหุ้นสหรัฐมีส่วนหนึ่งใช้ artificial intelligence (AI) ในการซื้อขายซึ่งผูกกับดัชนีตลาดหลายตัวเช่น yields 10 ปี US treasury, VIX index และการเคลื่อนไหวของตลาดที่ขึ้นหรือลง เมื่อดัชนีที่ใช้เกิด triggered ตามค่าที่ตั้งไว้ทำให้ AI ส่งคำสั่งขายตามมา ส่งผลให้ตลาดปรับลงแรงมากกว่าที่คาด โดยล่าสุดนี้ตลาดหุ้นสหรัฐถือว่าอยู่ในภาวะปรับฐาน (ดัชนีลดลงมากกว่า 10% จากระดับสูงสุดใน 26 ม.ค.ปีนี้)

ผมมองว่าความกังวลของตลาดเป็นความกังวลว่า inflation ที่จะร้อนแรงกว่าคาดไม่ใช่ความกังวลว่า growth จะชะลอลง (ซึ่งถ้ากลัวว่า growth จะลดลงจะเป็นภาวะ bear markets) ตลาดคาดว่าเศรษฐกิจโลกขยายตัวกว้างขวางและต่อเนื่อง ในด้านบวกนั้นเงินเฟ้อที่ฟื้นตัวถือเป็นสัญญาณที่ชี้ว่าผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนหลายประเทศจะเพิ่มขึ้น ในเชิงนโยบาย ธนาคารกลางประเทศสำคัญยังคงส่งสัญญาณว่าจะทยอยขึ้นดอกเบี้ยนโยบายโดยจะไม่สร้างความประหลาดใจแก่ตลาดซึ่งมองไปข้างหน้า ถือว่าช่วยในการรักษาเสถียรภาพของตลาดได้

กล่าวได้ว่าการปรับลงของตลาดในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นการปรับฐานในวัฏจักรขาขึ้นตามปกติ (bull market correction) อีกทั้งระดับดัชนีล่าสุดในสหรัฐฟื้นตัวแม้ว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปสหรัฐล่าสุดที่ประกาศเมื่อ 14 ก.พ.จะอยู่ที่ 2.1% สูงกว่าตลาดคาดและผลักให้ yields พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปียืนอยู่เหนือระดับ 2.9% แต่ตลาดหุ้นหลังจากปรับลงเมื่อทราบรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ แต่ที่สุดตลาดหุ้นกลับมาฟื้นตัวและปิดบวกในที่สุด สะท้อนว่าการปรับฐานกว่า 10% ของตลาดหุ้นรอบนี้ได้รับรู้ความเสี่ยงของการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ Fed 3 ครั้งในปีนี้แล้ว

ผมประเมินว่าเป็นไปได้ที่จากนี้ไปตลาดจะมีความเคลื่อนไหวแบบผันผวนหรือ sideway ระยะหนึ่งจนกว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจนเชิงนโยบายจาก Fed ในการประชุมเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้ประธาน Fed คนใหม่ หรือปัจจัยพื้นฐานที่รายงานออกมาในลักษณะบวกต่อเนื่องจึงจะทำให้ตลาดจะเห็นทิศทางที่ชัดเจน

โดยภาวะตลาดที่ sideway นี้ ภายใต้มุมมองที่ว่าเศรษฐกิจโลกแข็งแกร่งในอีก 12 เดือนข้างหน้า ทำให้ผมมองว่าโอกาสในขณะนี้เป็นโอกาสเหมาะสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาวเข้าลงทุน โดยหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินโลกจะเป็นตัวที่น่าสนใจเมื่อคำนึงว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์เมื่อดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นและเศรษฐกิจขยายตัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ตลาดหุ้น