“แพทย์รังสิต”ปล่อยหมัดเด็ด ลงทุน 500 ล้าน/เพิ่มรายได้ลูกค้าเงินสด
แพทย์รังสิต เร่งเครื่องธุรกิจรับมือโรงพยาบาลเอกชนย่านปทุมธานีแข่งดุ รีโนเวต “Mother & Child Hospital” ย้ำจุดแข็งโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับแม่และเด็ก พร้อมเดินหน้าลงทุน 500 ล้านบาทขึ้นอาคารผู้ป่วย 7 ชั้น ขยายฐานลูกค้าเงินสด ดีเดย์เปิดให้บริการต้นปี”62 คาดสัดส่วนรายได้จากลูกค้าเงินสดมากกว่า 50% ของรายได้รวม
นายชัยนันท์ แย้มสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปทุมรักษ์ จำกัด ผู้บริหารโรงพยาบาลแพทย์รังสิต กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งขันธุรกิจโรงพยาบาลปัจจุบันยังรุนแรงต่อเนื่อง โดยโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายก็ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากมีกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ ขณะที่โรงพยาบาลขนาดกลางและเล็กก็ต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันของโรงพยาบาลเอกชนย่านปทุมธานีก็ค่อนข้างดุเดือด ทั้งจากการเข้ามาของรายใหม่และการปรับตัวของรายเก่าที่รวม ๆ กันแล้วมีไม่ต่ำกว่า 10 โรง เช่น โรงพยาบาลบางปะกอก รังสิต โรงพยาบาลการุญเวช ปทุมธานี โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี เป็นต้น
“แพทย์รังสิตอยู่ในตลาดมา 32 ปี และปี 2558 ได้รีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ ปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้น ถือเป็นโปรเจ็กต์แรกที่เริ่มทำ พร้อมกับค่อย ๆ ส่งต่อการบริหารงานให้แก่เจเนอเรชั่นใหม่เข้ามาดูแลธุรกิจมากขึ้น จากนี้ไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของแพทย์รังสิตเพิ่มขึ้น เพราะถ้าไม่ปรับตัวก็ไม่สามารถแข่งขันได้”

ด้วยแนวโน้มที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับตัวมากขึ้น ภายใต้แนวทางหลัก คือ การต่อยอดธุรกิจ สร้างมูลค่า เพิ่มรายได้ให้แก่บริษัท เริ่มตั้งแต่การรีโนเวตโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต “Mother & Child Hospital” คาดว่าจะเริ่มต้นได้เดือนมีนาคมนี้และจะเสร็จพร้อมให้บริการสิ้นปีนี้ ตอกย้ำจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแม่และเด็ก เพื่อรองรับจำนวนคนไข้มากขึ้น จากการขยายตัวของเมืองและรถไฟฟ้าตามด้วยการเดินหน้าสร้างอาคารผู้ป่วยหลังใหม่ จำนวน 7 ชั้น ภายใต้งบฯลงทุน 500 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการต้นปี”62 โดยอาคารใหม่นี้จะมีบริการทางการแพทย์ที่ครบวงจร เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ศูนย์หัวใจ ศูนย์สมอง ศูนย์ส่องกล้อง ศูนย์ความงาม ศูนย์ทันตกรรม เป็นต้น เจาะตลาดลูกค้าเงินสด
“อาคารใหม่ที่จะเปิดให้บริการปี”62 นี้ถือเป็นหมัดเด็ดของโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ในการปิดจุดอ่อนด้านพื้นที่การบริการที่มีอยู่จำกัด ไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนขึ้น อีกทั้งเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่โรงพยาบาลด้วย”
ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าประกันสังคมถือเป็นฐานใหญ่ของโรงพยาบาล มีสัดส่วน 75% และลูกค้าเงินสด 25% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 50% เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ตั้งเป้าหมายว่า หลังจากอาคารใหม่เปิดให้บริการสัดส่วนลูกค้าเงินสดจะเพิ่มเป็น 60% และประกันสังคม 40% ขณะที่รายได้จากเงินสดจะมากกว่า 50% ของรายได้รวม
นายชัยนันท์กล่าวต่อว่า ในส่วนของแผนการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น ก็ยังเดินหน้าต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม
“แม้แพทย์รังสิตจะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ก็เป็นการเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งปีนี้คาดว่าภาพรวมบริษัทจะเติบโต 10-15% จากปีก่อน”