เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

“ทรู” (ใหม่) หลังรวมดีแทค เปลี่ยนเกมแข่งขันยึดผู้นำสื่อสาร

04 มี.ค. 2566 | 15:27น.
ทรูควบรวมดีแทค

“ทรูและดีแทค” ใช้เวลาปีกว่าในการเดินหน้าความร่วมมือทางธุรกิจ ในแบบที่เรียกว่า “equal partnership” หลังผ่านด่าน “กสทช.” มาได้เมื่อปลายปี 2565 ล่าสุดทั้ง 2 บริษัทได้ดำเนินการควบรวมกิจการ และปรับโครงสร้างองค์กรให้มาอยู่ภายใต้บริษัทใหม่เดียวกัน ในชื่อเดิมว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น”

พร้อมทั้งดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2566 เรียบร้อยแล้ว อันเป็นการนับหนึ่งในบริบทของบริษัทใหม่กับเป้าหมายที่ต้องการเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี (เทคคอมปะนี) ในระดับภูมิภาค

โดยมี “มนัสส์ มานะวุฒิเวช” (โคซีอีโอกลุ่มทรูเดิม) มานั่งเป็นประธานคณะผู้บริหารบริษัทใหม่ และมี “ชารัด เมห์โรทรา” เป็นรองประธานคณะผู้บริหาร ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงทั้งของดีแทคและทรูเดิม อีก 11 ตำแหน่งสำคัญ ๆ อาทิ

ฐานพล มานะวุฒิเวชช์ เป็น CMO-Chief Marketing Office, ประเทศ ตันกุรานันท์ CTO-Chief Technology Office, จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ CCAO-Chief CorporateAffairs Officer, อมาเรช คูมาร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการขาย, ทิพยรัตน์ แก้วศรีงาม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการจัดการระดับภูมิภาค เป็นต้น

พลิก ปวศ.ธุรกิจสื่อสาร

“เยอเกน โร้สทริป” EVP and Head of Telenor Asia เทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทเข้ามาลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นานกว่า 25 ปี กับการรวมกันของทรูและดีแทค ในครั้งนี้ยังถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของกลุ่มเทเลนอร์ ที่มูลค่ามากกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการรวมกันที่เท่าเทียมและจะนำไปสู่การพัฒนาอีกมากมายในอนาคตที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย สังคม และผู้บริโภคได้อีกมาก

“ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญมากที่สุดของเทเลนอร์ เราสามารถใช้องค์ความรู้ที่มี สนับสนุนการทำให้สังคมเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ลดช่องว่าง และพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในด้านต่าง ๆ ส่งเสริมการแข่งขันที่มากขึ้น สนับสนุนให้ธุรกิจเปลี่ยนเป็นดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีบทบาทในบริษัทที่แท้จริงเพื่อก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน”

ด้าน “อติรุฒม์ โตทวีแสนสุข” กรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การควบรวมกันระหว่างทรูและดีแทคเป็นบริษัทใหม่ได้สำเร็จ ถือได้ว่าเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทย ที่องค์กรขนาดใหญ่อย่างเทเลนอร์และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) จะมีวิสัยทัศน์ในการจัดตั้งบริษัทเทคโนโลยี (เทคคอมปะนี) ร่วมกัน

ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ ช่วยให้การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประโยชน์อย่างก้าวกระโดดได้ และจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และประเทศให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น ด้วยความร่วมมือของทั้ง 2 องค์กร เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันที่ใหญ่ และมากพอที่จะปลดล็อกศักยภาพธุรกิจของคนไทยและผู้บริโภค ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

1+1=ไม่สิ้นสุดพลิกเกมขึ้นผู้นำ

“บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่นี้จะดึงดูดทรัพยากร ทั้งคนเก่งและนักลงทุนเข้ามา การผนึกกำลังของดีแทคและทรู จะทำให้คุณภาพโครงข่ายดีขึ้น ทั้งในแง่ความครอบคลุม ความเร็ว ความแรงของสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ต

รวมถึงคอนเทนต์ต่าง ๆ ทำให้เกิดความหลากหลาย และการพัฒนาที่ตอบสนองผู้บริโภคได้ดีขึ้น เกิดสิ่งใหม่ ๆ เช่น ลดช่องว่างเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งเรื่องโอกาส การเรียน การแพทย์และการประกอบธุรกิจ รวมถึงการนำองค์ความรู้ของบุคลากรจากยุโรปและเอเชีย มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำให้เกิดการหล่อหลอม ต่อยอด และทำให้ผู้ถือหุ้นได้ผลตอบแทนการลงทุนที่ยั่งยืนและยาวนานด้วย”

“มนัสส์ มานะวุฒิเวช” ประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ความร่วมมือของทรูและดีแทค อยู่บนหลักการความเท่าเทียม ซึ่งหมายถึงการเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน สนับสนุนเคียงบ่าเคียงไหล่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน โดยดึงศักยภาพและจุดแข็งของทั้งคู่มาร่วมกัน เพื่อมุ่งไปสู่การเป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด Better Together (ดีกว่าเมื่อมีกันและกัน) ทำให้ 1+1 เท่ากับ “อินฟินิตี้”หรือไม่รู้จบ

นอกจากนี้ ภายใต้บริษัทใหม่จะมีบริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 2 แบรนด์ คือทรูมูฟ เอช ที่มีฐานลูกค้า 33.8 ล้านราย ดีแทค 21.2 ล้านราย รวมกันเป็นกว่า 50 ล้านราย มากกว่าเอไอเอส ที่มีฐานลูกค้า 46 ล้านราย จึงขยับขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในแง่ฐานลูกค้ามือถือ และมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ทรูออนไลน์ 5 ล้านราย และทรูวิชั่นส์ 3.2 ล้านราย

ย้ำไม่ผูกขาด-ลูกค้าได้ประโยชน์

“มนัสส์” ย้ำว่า การผนึกกำลังกันของดีแทคและทรู มีเจตนาที่จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น ทั้งในแง่คุณภาพการบริการและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่จะมีเพิ่มเติมตามมาอีกมาก ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เป็นไปตามข้อกังวลต่าง ๆ ทั้งเรื่องการผูกขาด หรือบริการที่จะแย่ลง แต่เป็นการดึงศักยภาพและความสามารถที่่ต่างฝ่ายต่างมีมาพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งในแง่บริการภายใต้แบรนด์ของทั้งคู่ก็จะยังคงอยู่

“เราเริ่มต้นด้วยการโรมมิ่งเครือข่าย ภายใต้กฎการกำกับดูแลของ กสทช. ทำให้เราสามารถที่จะดูแลลูกค้าได้มากกว่าเดิม เช่น ลูกค้าดีแทค สามารถใช้คลื่น 2600 MHz ของทรูได้ ขณะที่ทรูก็ใช้คลื่น 700 MHz ของดีแทคได้ ทำให้ได้รับบริการที่ครอบคลุม และมีคุณภาพยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเน็ตบรอดแบนด์ที่ครอบคลุมรับทั่วประเทศ ในทุกจังหวัด ทุกอำเภอ มีเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งที่เป็นผู้นำในตลาด

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีปัญญาประดิษฐ์มาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ดังนั้น
เมื่อเราร่วมกัน ลูกค้าทรูและดีแทค จะใช้ไวไฟได้มากกว่า 1 แสนจุด และมีอินเตอร์เนชั่นแนลเกตเวย์ และสายเคเบิลใต้น้ำที่ส่งข้อมูลไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ”

ปักธง 5G เดินหน้า 7 กลยุทธ์

“มนัสส์” กล่าวด้วยว่า บริษัทยังตั้งเป้าที่จะขยายบริการ 5G ให้ครอบคลุม 98% ของพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ทั่วประเทศให้ได้ภายในปี 2569 และมุ่งผสานพลังด้วยกลยุทธ์ 7 ด้าน ได้แก่

1.ต้องเป็นผู้นำด้านโครงข่าย และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างแท้จริง

2.เดินหน้าขยายธุรกิจให้ครอบคลุมมากกว่าบริการพื้นฐาน เน้นนวัตกรรมและโซลูชั่นใหม่ ๆ

3.สร้างมาตรฐานและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า ด้วยการนำข้อมูลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาช่วยวิเคราะห์ เพื่อให้บริการที่ถูกใจตรงใจ และไร้รอยต่อ

4.ส่งมอบชีวิตอัจฉริยะ เพิ่มความสะดวกและปลอดภัย

5.เพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ลูกค้าองค์กร

6.สร้างองค์กรที่น่าทำงาน

7.ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพิ่มคุณค่าขับเคลื่อนองค์กรในระยะยาว

ส่วนสาเหตุที่บริษัทใหม่ใช้ชื่อ “ทรู” เนื่องจากแบรนด์ทรูมีบริการที่หลากหลายและชัดเจนเรื่องการเป็น digital innovation

“แบรนด์ไม่ได้หายไป ทรูมูฟ เอชและดีแทคยังอยู่ในตลาด แม้ชื่อบริษัทจะเปลี่ยน เราเชื่อด้วยว่า ยิ่งพวกเราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันก็จะสร้างทั้ง 2 แบรนด์ให้แข็งแกร่งไปด้วยกันได้”

ไม่ขึ้นราคา-แข่งเพิ่มคุณค่า

“มนัสส์” กล่าวถึงเรื่องราคาด้วยว่า ราคาค่าบริการจะไม่ขึ้นแน่นอน และจะดำเนินการตามเงื่อนไขของ กสทช. ซึ่งไม่สามารถทำให้ขึ้นราคาได้ และยืนยันว่าการบริการจะดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมีความตั้งใจที่จะทำให้คนไทยมีความภาคภูมิใจได้ว่าเป็นเครือข่ายระดับต้น ๆ ของโลก จึงจะไม่ลดคุณภาพ และมีการขยายบริการต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่โฟกัสไปที่การแข่งขันด้านราคา เพราะการควบรวมของ 2 บริษัททำให้มีพาร์ตเนอร์ ตลอดจนบริการต่าง ๆ จำนวนมากที่สามารถนำไปสร้างคุณค่าเพิ่ม (value added) ให้กับลูกค้า โดยเฉพาะส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์ ไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม ชมภาพยนตร์ เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรูควบรวมดีแทค