ถึงเวลา…แปลงโฉม “ซีจีเอช” ปรับอิมเมจ ดึงคนรุ่นใหม่
ได้เวลาปรับโฉมให้ไฉไลแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบในรอบ 26 ปี สำหรับโรงพยาบาลซีจีเอช หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล กลายเป็นความท้าทายบทใหม่ของเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “พลอย ว่องกุศลกิจ” รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการ กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช (CGH) ที่เข้ามารับช่วงต่อจาก แพทย์หญิง ลักษมี ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช ที่เป็นผู้ปลุกปั้นโรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล ร่วมกับเพื่อน ๆ แพทย์เมื่อ 26 ปีก่อน
รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ซีจีเอช เริ่มการสนทนาถึงภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลว่า ปัจจุบันการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด เพราะเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตที่ดีและต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากคนรักสุขภาพมากขึ้น และแนวโน้มของผู้สูงอายุก็เพิ่มขึ้น กลายเป็นโอกาสสำคัญทำให้มีผู้เล่นรายใหม่ ๆ ทั้งที่อยู่ในธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจอื่น ๆก็กระโดดเข้ามาเรื่อย ๆ จนจำนวนโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มจำนวนขึ้น ขณะเดียวกันกลุ่ม รพ.ซีจีเอชเองก็ต้องปรับตัว เพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย
โดยทิศทางธุรกิจจากนี้ไปจะเปิดเกมรุกมากขึ้น ทั้งการปรับกระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กรและปรับภาพลักษณ์ใหม่ พร้อมกับสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคให้มากขึ้น
เริ่มตั้งแต่รีแบรนดิ้ง (rebranding) องค์กรใหม่ ด้วยการเปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลในเครือทั้ง 3 โรง ให้เป็นชื่อเดียวกัน คือ รพ.ซีจีเอช และห้อยท้ายด้วยทำเลที่ตั้งของแต่ละแห่ง ได้แก่ซีจีเอช สะพานใหม่ (เซ็นทรัล เยนเนอรัล) รพ.ซีจีเอช สายไหม (รพ.สายไหม 1) และ รพ.ซีจีเอช สายไหมคลอง 8 (รพ.สายไหม 2) เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ถึงภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงจุดขายเดิม คือ การให้บริการที่จริงใจ เป็นมิตร ในราคาที่สมเหตุสมผล เพื่อให้ผู้ใช้บริการทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้
“พลอย” ขยายความว่า ที่ผ่านมา รพ.ซีจีเอชได้รับความเชื่อถือด้านความเชี่ยวชาญทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยอยู่แล้ว ทำให้เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก ถือเป็นอีกจุดแข็งที่สร้างฐานลูกค้าประจำ และความน่าเชื่อถือให้แก่ซีจีเอชอีกแรง
“ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมซีจีเอชแล้ว หลังจากเปิดให้บริการมากว่า 26 ปี เพื่อปรับภาพลักษณ์จากเดิมที่ดูเป็นผู้หญิงสูงอายุ ด้วยการลดอายุแบรนด์ให้เหมือนเป็นผู้หญิงอายุ 30-40 ปี เป็นคนรุ่นใหม่ที่ดูภูมิฐาน น่าเชื่อถือ เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดและให้สามารถอยู่บนการแข่งขันที่สูงขึ้นได้”

รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ซีจีเอช ยังกล่าวถึงในส่วนของการลงทุนใหม่ว่า จากนี้ไปจะเดินหน้าเต็มที่ ภายใต้งบฯลงทุนประมาณ 700-800 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ ซีจีเอช สะพานใหม่ จะรีโนเวตอาคาร ปรับสถานที่ให้ทันสมัยขึ้น เพื่อขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงานมากขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นฐานลูกค้าหลักในอนาคต รวมถึงมีแผนจะขยายศูนย์ตรวจสุขภาพครบวงจร “wellness center” สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุด้วย ส่วน รพ.ซีจีเอช สายไหม (รพ.สายไหม 1) จะขยายบริการใหม่ คือ ศูนย์แม่และเด็ก
ขณะที่ รพ.ซีจีเอช สายไหมคลอง 8 (รพ.สายไหม 2) ที่ยังมีพื้นที่เหลืออีกส่วนหนึ่งก็จะขยายพื้นที่เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการเพียง 24 เตียง จะเพิ่มเป็น 100 เตียง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 พร้อมกับโอนสิทธิผู้ใช้บริการประกันสังคมจาก รพ.ซีจีเอช สายไหม มาที่ซีจีเอชคลอง 8 นอกจากนี้ยังมีโปรเจ็กต์ใหม่ด้วย คือ ศูนย์ล้างไต สำหรับผู้ป่วยโรคไต คาดว่าจะใช้งบฯลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด
พร้อมกันนี้ “พลอย” ขยายความว่า โรงพยาบาลแต่ละทำเลของกลุ่มซีจีเอช มีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน เพราะแต่ละโลเกชั่นมีผู้ป่วยที่ไม่เหมือนกัน โดยปัจจุบัน รพ.ซีจีเอช สะพานใหม่ เจาะกลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนซีจีเอช สายไหม และคลอง 8 เป็นผู้ป่วยอุบัติเหตุ
อย่างไรก็ตาม อนาคตสัดส่วนฐานลูกค้าจะเปลี่ยนไป เนื่องจากเมืองขยายตัวขึ้น ดังนั้นในส่วนของซีจีเอช สะพานใหม่ จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ คนทำงาน เนื่องจากมีคอนโดมิเนียมจำนวนมากจากการขยายของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ขณะที่ซีจีเอช สายไหม จะเป็นกลุ่มครอบครัว กลุ่มผู้สูงอายุ เพราะมีหมู่บ้านเกิดขึ้นจำนวนมาก ส่วนซีจีเอช คลอง 8 ก็จะเน้นรับผู้รักษาจากสิทธิประกันสังคม
นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ ซีจีเอชยังมีแผนขยายฐานลูกค้าใหม่ไปยังประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และ เวียดนาม โดยนำร่องที่เมียนมาเป็นประเทศแรก ในลักษณะการเซ็นสัญญาร่วมกับโรงพยาบาลโลคอลในเมียนมา เพื่อส่งต่อผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาใน รพ.ในเครือซีจีเอช โดยจะมุ่งเจาะตลาดผู้มีกำลังซื้อระดับกลาง ซึ่งเป็นช่องว่างของตลาดและมีดีมานด์ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีแผนจะร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนในเมียนมาเปิดคลินิกย่อย เพื่อให้การวินิจฉัยโรคและคำปรึกษาเบื้องต้นในย่างกุ้งด้วย
อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลจากการรีแบรนดิ้งและขยายธุรกิจที่เกิดขึ้น จะส่งผลให้ปีนี้ รพ.ซีจีเอชเติบโตขึ้น 10% จากปีก่อน หรือมีรายได้ประมาณ 1,300 ล้านบาท
“พลอย” ทิ้งท้ายว่า ภาพการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะค่อย ๆ เริ่มต้นในปีนี้ และจิ๊กซอว์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2563 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่การรีแบรนดิ้ง การปรับปรุงระบบการจัดการภายในองค์กร รวมถึงการขยายธุรกิจและบริการใหม่ ๆ จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด เพื่อส่งต่อเป็นเมสเสจจากองค์กรขยายออกไปสู่สายตาผู้ใช้บริการทั้งหมด เพราะนั่นหมายถึงแนวทางการเติบโตให้แก่ธุรกิจในเครือโรงพยาบาลซีจีเอช และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่แบรนด์ซีจีเอชด้วย
เป็นอีกความเคลื่อนไหวที่กำลังเกิดขึ้นแก่โรงพยาบาลขนาดกลาง พร้อม ๆ กับการพิสูจน์ฝีมือและสร้างการเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่เกิดขึ้นแบบรอบทิศ