ทปอ. ผนึก สภาอุตฯ สร้างแรงงานคุณภาพ
โดยปกติแล้วสถาบันอุดมศึกษาจะมีการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง แต่เพื่อให้การดำเนินงานมีความชัดเจนมากขึ้น ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย, ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จึงจับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระยะยาว
“ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)ให้ข้อมูลว่า ความร่วมมือครั้งนี้เราต้องการหาแนวทางแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยวางแผนให้สอดคล้องกันระหว่างความต้องการ และคุณภาพทักษะที่ผู้ใช้บัณฑิตต้องการ
“เราจะนำนวัตกรรม และงานวิจัยของอาจารย์มาขยายผล เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ในเชิงสาธารณะ และพาณิชย์มากขึ้น หลังจากนี้จะเร่งผลักดันการดำเนินงานให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม (University-Industry Linkages: UIL) เพราะต้องการสร้างมาตรฐาน และความเชื่อถือระหว่างกันให้มากขึ้น”
สำหรับยุทธศาสตร์ที่วางไว้มี 3 ด้าน คือ 1)สอดแทรกการเรียนการสอนด้านทักษะแรงงาน และผู้ประกอบการ ซึ่งจะเร่งให้แต่ละมหาวิทยาลัยมีการปรับปรุงหลักสูตรการสอน โดยบูรณาการทักษะที่เตรียมความพร้อมในการทำงานของแต่ละสาขา พร้อมเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจในการจัดทำหลักสูตรพิเศษด้านการทำงานระยะสั้น เพื่อบ่มเพาะความพร้อมให้เกิดขึ้นตั้งแต่ขณะที่กำลังศึกษาอยู่
2)การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมกับสถาบันอุดมศึกษาแบบคู่ขนานโดยผลักดันให้เกิดการสนับสนุนบุคลากรจากภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญให้เป็นผู้สอนในชั่วโมงเรียนพิเศษบางรายวิชา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ทักษะ และคุณสมบัติที่ภาคธุรกิจต้องการ พร้อมเสนอแนะข้อคิดเห็นในหลักสูตรการเรียนเพื่อให้เกิดความทันสมัย
3)โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษาซึ่งเป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง โดยนักศึกษา และอาจารย์เข้าไปเรียนรู้ และทดลองงานในแต่ละภาคธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้เร็วขึ้น อีกทั้งยังมีเป้าหมาย และทัศนคติในการทำงานที่ชัดเจนกว่าเดิม โดยช่วยลดช่องว่างการดำเนินงานระหว่างมหาวิทยาลัยกับองค์กรธุรกิจในลักษณะต่างคนต่างทำมาเป็นการเชื่อมโยงด้านทฤษฎีและปฏิบัติที่สอดคล้องกัน
“เจน นำชัยศิริ” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การวางแนวนโยบายที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติจะส่งผลดีต่อการพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ โดยสถาบันการศึกษาถือเป็นสมอง และคลังปัญญาของประเทศ ซึ่งองค์ความรู้และวิทยาการใหม่ ๆ ที่ถูกนำมาพัฒนาเป็นเทคโนโลยี และนวัตกรรมส่วนใหญ่เกิดจากการศึกษาวิจัยภายในมหาวิทยาลัย
“คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมาจากฝั่งสถาบันอุดมศึกษา 5 คน และจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอีก 5 คน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน 3 ยุทธศาสตร์ที่วางไว้ โดยจะหาข้อสรุปในประเด็นต่าง ๆ เพื่อนำไปเสนอให้กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ อย่างการปรับปรุงหลักสูตรให้เป็นไปตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม หรือส่งต่อข้อมูลไปยังมหาวิทยาลัยว่าภาคอุตสาหกรรมต้องการคนที่มีทักษะแบบไหน”
ทั้งนั้นจะมีการตั้งสถาบันพัฒนาบัณฑิตไทยภายใน 6 เดือน ซึ่งบทบาทของสถาบันแห่งนี้คือฐานข้อมูลด้านแรงงานของไทย และร่วมปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนในทุกปี เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรทันสมัย และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น