โตเต็มตัวฉบับ “แรบบิท” คิดแบบคนดิจิทัล…จับทุกไลฟ์สไตล์
การเกิดและโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัล (digital native) ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้ดิจิทัลเอเยนซี่ “แรบบิท เทลล์” สามารถสร้างแคมเปญการตลาดได้โดนใจทั้งลูกค้าและผู้บริโภค จนกลายเป็นดิจิทัลเอเยนซี่เบอร์ต้น ๆ ของไทยในเวลารวดเร็ว และกำลังเติบโต ก้าวไปสู่เป้าหมายใหม่ที่ไม่จำกัดตัวเองให้เป็นแค่ดิจิทัลเอเยนซี่เท่านั้น
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “รุ่งโรจน์ ตันเจริญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แรบบิท ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจจากนี้ไป
“รุ่งโรจน์” เริ่มการสนทนาว่า ปัจจุบันการสื่อสารทุกอย่างถูกรวมกัน (merge) เป็นหนึ่งเดียว แทบแยกไม่ออกว่าอะไรคือสื่อดิจิทัล หรือออฟไลน์ เช่น ทีวี หนังสือพิมพ์ แมกาซีน เป็นต้น นั่นหมายถึง ในมุมมองของลูกค้า (สินค้า) ก็ไม่ได้แยกเหมือนที่ผ่านมาว่าจะสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลหรือสื่อออฟไลน์ แต่สนใจว่าจะสื่อสารแบบไหนถึงจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด และลูกค้า (สินค้า) ก็ไม่ได้แยกว่า เอเยนซี่โฆษณานี้สำหรับการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล หรือออฟไลน์ แต่พยายามเลือกใช้เอเยนซี่โฆษณาที่สามารถตอบโจทย์การสื่อสารได้ครบวงจร เช่นเดียวกับผู้บริโภคที่ไม่ได้สนใจว่าจะรับสื่อผ่านช่องทางใด
“เราเชื่อว่าคำว่าดิจิทัลไม่ใช่อินเทอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดีย แต่มันเป็นวิถีชีวิตใหม่ เพราะผู้บริโภคยุคนี้อยู่กับโลกดิจิทัลตลอดเวลา พฤติกรรมคนเปลี่ยนหมด คนตื่นเช้ามาก็ต้องหยิบมือถือก่อน เช็กไลน์ เช็กเฟซบุ๊ก อยากได้อะไรต้องได้เดี๋ยวนี้ เวลานี้”
ซีอีโอแรบบิทฯ ระบุว่า จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน บริษัทได้เริ่มวางทิศทางธุรกิจและปรับโครงสร้างใหม่เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคและลูกค้า (สินค้า) ที่เปลี่ยนไป เมื่อบริษัทเติบโตได้ระดับหนึ่ง ก็ต้องขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตให้มากขึ้น
เขาย้ำว่า วันนี้แรบบิทฯไม่ได้จำกัดตัวเองเป็นแค่ดิจิทัลเอเยนซี่ แต่วางตัวเป็นดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเอเยนซี่มีเดียเอจ (digital marketing agency media age) หรือทำการตลาดทุกอย่างที่สอดคล้องกับชีวิตดิจิทัลของคนรุ่นใหม่ ด้วยการเดินทางตามเส้นทางของกลุ่มผู้บริโภคยุคดิจิทัล (digital journey) เริ่มตั้งแต่ผู้บริโภคพบสินค้า บริการ เริ่มค้นหา จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ โดยไม่ได้ยึดติดว่าจะสื่อสารผ่านสื่อออฟไลน์หรือออนไลน์ แต่ต้องส่งแคมเปญออกไปในทุก ๆ สื่อที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ยกตัวอย่างเช่น เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการซื้อรถยนต์ หน้าที่เราก็ต้องดูว่าเส้นทางที่ผู้บริโภคคนนั้นจะรับสื่อมีอะไรบ้าง แล้วเข้าไปอยู่ทุกที่ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เรียกว่าต้องวิ่งเข้าหาผู้บริโภคทั้งหมด
วันนี้ใต้ร่ม “แรบบิท ดิจิทัล กรุ๊ป” ประกอบด้วย 4 บริษัท ได้แก่ แรบบิท เทลล์ (Rabbit”s Tale) ดิจิทัลเอเยนซี่ มูนชอต (Moonshot) ดิจิทัล พี.อาร์. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์และการทำคอนเทนต์ด้านการตลาดบนออนไลน์, โค้ด แอนด์ คราฟต์ (Code & Craft) ครีเอทีฟดิจิทัลโซลูชั่น และเดอะซีโร่ (The Zero) ผู้ดูแลแพลตฟอร์ม แมงโก้ซีโร่ (MangoZero) เว็บข่าวโซเชี่ยล”
“รุ่งโรจน์” ขยายความว่า อย่างไรก็ตาม แรบบิท เทลล์ จะยังเป็นอาวุธสำคัญของบริษัท และเป็นรายได้ก้อนใหญ่ของกลุ่ม ขณะที่อีก 3 บริษัทจะเข้ามาเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกันมากขึ้น ปัจจุบันมูนชอต โค้ด แอนด์ คราฟต์ และเดอะซีโร่ ก็กำลังเติบโตด้วยดี ล่าสุดเดือนมีนาคมนี้ได้เปิดแพลตฟอร์มใหม่ ภายใต้ชื่อ “Parents One” เว็บไซต์เกี่ยวกับแม่และเด็ก จะเป็นการสร้างแพลตฟอร์มบนออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางการสร้าง ecosystem ที่วางไว้ เพื่อให้การทำงานทุกอย่างส่งเสริมและเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ
เขายกตัวอย่างการทำงานที่กำลังเกิดขึ้นว่า วันนี้หากมีสินค้าแบรนด์ A ต้องการสื่อสารแคมเปญการตลาดสักหนึ่งแคมเปญ หน้าที่ของบริษัทคือ สื่อสารแคมเปญนั้นออกไป โดยใช้ความสามารถของบริษัทในเครือทั้งหมด ทั้งมูนชอตที่ดูแลคอนเทนต์การตลาดบนออนไลน์ โค้ด แอนด์ คราฟต์ ดูแลด้านครีเอทีฟโซลูชั่น และทุกหน้าที่ ทุกงานที่ทำต้องเชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้
“ตอนนี้แรบบิท ดิจิทัล กรุ๊ป ในแง่รายได้ก็โตขึ้นเรื่อย ๆ ปีก่อนก็เติบโตถึง 3 เท่าตัว จากปี 2559 ขณะที่ในแง่ของจำนวนบุคลากรก็เพิ่มขึ้นล้อตามกันไป จากเริ่มต้นที่มีพนักงานแค่ 30 คน ตอนนี้เพิ่มเป็น 180 คน และกำลังโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเติบโตของบริษัท”
“รุ่งโรจน์” บอกว่า หลังจากปรับโครงสร้างใหม่แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เพราะการแยกบริษัท ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้ดีขึ้น และทำงานไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ต้องแยกว่าสื่อออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่เชื่อมทุกอย่างทุกแคมเปญเข้าด้วยกัน เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าวางไว้
ทั้งหมดนี้คือ จิ๊กซอว์สำคัญ ที่จะทำให้แรบบิท ดิจิทัล กรุ๊ป เติบโตแบบก้าวกระโดด