ทหารยิงใส่รถชาวบ้านเจ็บ 3 ราย เข้าใจผิดคิดว่าคนร้าย ผบ.ฉก.ขอโทษชี้แจงญาติ รับผิดชอบทุกกรณี
จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจาก รพ.มายอ ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้ามารักษาตัว จึงรีบไปตรวจสอบ พบว่าแพทย์กำลังทำการรักษา นางเจ๊ะยารอ อาแว อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 ม.2 ต.กระเสาะ อ.มายอ เนื่องจากมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้ากลางหลังทะลุปอด อาการสาหัสแพทย์ต้องรีบส่งต่อไป รพ.ปัตตานี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คนมีบาดแผลเศษกระจกบาดเล็กน้อย แพทย์ได้กลับบ้านได้ นอกจากนี้บริเวณหน้า รพ.พบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สี่ประตู สีบอร์นเงิน ทะเบียน กข 3183 เบตง จอดอยู่เมื่อตรวจสอบพบรูกระสุนบริเวณหลังคา หลังทะลุเบาะในห้องโดยสารและที่กระจกหน้าจก ภายในรถมีเลือดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถคันดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ สภ.มายอ เพื่อทำการเก็บพยานหลักฐาน
จากการสอบสวน นายอุสมาน กาแลซา 27 ปี เป็นคนขับรถคันดังกล่าว ให้การว่า ตนเป็นลูกของ นางเจ๊ะยารอ ก่อนเกิดเหตุตนมาจาก จ.ยะลาและกำลังเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ ต.กระเสาะ โดยภายในรถมาด้วยกันรวม 6 คนซึ่งเป็นคนในครอบครัวมีทั้งผู้หญิงและเด็ก ปรากฏว่าเมื่อขับมาถึงบนถนนสายชนบท พื้นที่ ม.4 ต.เกาะจัน อ.มายอ เห็นเจ้าหน้าที่ทหาร 10 กว่านายและไม่รู้ว่ามีปะทะกัน ตนจึงขับรถผ่านด่านตรวจ จนกระทั่งได้ยินเสียงปืนจากด้านหลังและมารู้ว่าแม่ซึ่งอยู่ในรถบนเบาะหลังคนขับร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อตรวจดูพบว่าแม่ถูกยิง และน้องสาวบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คนตนก็รีบขับรถพาแม่ไปโรงพยาบาล จากนั้นก็ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร
หลังเกิดเหตุ พลตรี จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้เดินทางไปที่ รพ.ปัตตานี เพื่อเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวในห้อง ไอซียู จากนั้นจึงได้เข้าไปพูดคุยกับญาติและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พลตรี จตุพร ยอมรับกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงเกิดเหตุการณ์และพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนจะมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ
ด้าน พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้ชี้แจงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ช่วงเกิดเหตุทหารจากหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 จำนวน 22 นายกำลังเดินลาดตระเวนแบบจรยุทธ ริมถนนสายดังกล่าว ก่อนจะหยุดตั้งด่านลอยบนถนน ปรากฏว่ามีเสียงปืนจากฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นป่า ทหารก็มีการวางกำลังป้องกันและมีการสกัดรถไม่ให้ผ่านเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะมีการยิงโต้ตอบกันขึ้น จังหวะนั้นก็มีรถคันกล่าวขับผ่านไป ช่วงที่มีการยิงปะทะกันและไม่รู้ว่ารถคันดังกล่าวเป็นฝ่ายไหนจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดเหตุและไม่ปฏิเสธความารับผิดชอบเพราะเป็นเรื่องสุดวิสัย ตนได้มีการพูดคุยกับผู้เสียหายเบื้องต้นก็เข้าใจกันแล้ว โดยผู้เสียหายก็ได้ฝากถึงเจ้าหน้าที่ว่า การสกัดหรือโบกรถให้จอดขอให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งตนก็ขออภัยด้วยเพราะจังหวะนั้นอาจจะสกัดรถได้ไม่เต็มที่ ซึ่งจะรับไปแก้ไข ส่วนการช่วยเหลือเยี่ยวยานั้น ยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่าง ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติและอยู่ในที่เกิดเหตุทุกนายนั้น ก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย และหากเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและผิดจริงในกรณีทำเกินกว่าเหตุก็ต้องรับผิด ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ตามกระบวนการของกฎหมายไม่มียกเว้น ซึ่งเราไม่ปฏิเสธการรับผิดชอบและหากมีการร้องเรียนก็จะดำเนินการตามที่ร้องเรียนมาซึ่งเป็นสิทธิของผู้เสียหายอยู่แล้ว
ที่มา มติชนออนไลน์