เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมเหมืองฯ จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ 189 ล้าน ให้พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด
Economic กรมเหมืองฯ จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ 189 ล้าน ให้พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด
ธอส. เปิดขั้นตอนลงทะเบียนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% กู้สูงสุด 40 ปี
Finance ธอส. เปิดขั้นตอนลงทะเบียนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% กู้สูงสุด 40 ปี
‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
Business ‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
Economic รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
Finance ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
ออมสิน เร่งโอนเงินเยียวยาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบใหม่
Finance ออมสิน เร่งโอนเงินเยียวยาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบใหม่
เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
Economic เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
ประเทศไทยมี ‘iPhone Duo’ แล้ว สาวกแอปเปิลต่อคิวรับเครื่องคึกคัก
Tech ประเทศไทยมี ‘iPhone Duo’ แล้ว สาวกแอปเปิลต่อคิวรับเครื่องคึกคัก
ทองดิ่งหนักจ่อหลุด 4,000 เหรียญ ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน น้ำมันพุ่ง “ทรัมป์” ปัดเจรจาอิหร่าน
Finance ทองดิ่งหนักจ่อหลุด 4,000 เหรียญ ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน น้ำมันพุ่ง “ทรัมป์” ปัดเจรจาอิหร่าน
ดูทั้งหมด

คืนคนดีสู่สังคม! “บิ๊กอู๋” จับมือราชทัณฑ์ สร้างงานผู้ต้องขัง 37,000 คน ในโครงการ “โรงงานในเรือนจำ”

15 มี.ค. 2561 | 15:48น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561 ที่ห้องประชุมเทียน อัชกุล พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จับมือ กรมราชทัณฑ์ สถานประกอบการ คัดเลือกผู้ต้องขังชั้นดี ผู้ที่กำลังจะพ้นโทษ ฝึกอาชีพหรือประกอบอาชีพอิสระตามความต้องการ ในโครงการ “โรงงานในเรือนจำ” โดยตั้งเป้าปี 2561 ผู้ต้องขัง 37,000 คนมีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ คืนคนดีสู่สังคม

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีเรือนจำทั้งหมด 143 แห่งทั่วประเทศ มีผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ 346,470 คน ซึ่งกว่า 70% ของผู้ต้องขังเกี่ยวโยงกับยาเสพติด เมื่อถึงเวลาพ้นโทษ โอกาสที่คนเหล่านี้จะหวนกลับเข้ามาสู่ยาเสพติดมีมาก

“เราได้มีการคิด เเละหากิจกรรม งาน อาชีพ ซึ่งผู้ต้องขังเหล่านี้สามารถเป็นกำลังแรงงานและมีศักยภาพในการทำงานสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการได้ เเต่กลับไม่เข้าถึงเเหล่งในการทำงาน รัฐบาลจึงมีนโยบายยกระดับศักยภาพ ทักษะ ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ต้องขังได้รับโอกาส” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเเละว่า

สำหรับโครงการ “โรงงานในเรือนจำ” จัดทำขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้พัฒนาตนเอง เพื่อให้มีอาชีพ มีรายได้ และส่งเสริมคนดีสู่สังคม หากผู้ต้องขังมีโอกาสในเรื่องเหล่านี้ พวกเขาจะเดินกลับเส้นทางเก่าน้อยลง โดยเป้าหมายของโครงการ จะคัดเลือกผู้ต้องขังจำนวน 37,000 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้พ้นโทษ 10,000 คน และนักโทษชั้นดี 27,000 คน

ซึ่งจะฝึกทักษะและฝึกอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนพ้นโทษ โดยจะสอบถามความต้องการของผู้ต้องขังถึงความต้องการที่จะทำงานในสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพอิสระ เพื่อจะได้ดำเนินการตามความสมัครใจ เเละฝึกอบรม ทักษะ ฝึกอาชีพ ที่สามารถนำชิ้นงานเข้ามาทำภายในเรือนจำได้ เมื่อพ้นโทษออกไปเเล้วจะสามารถมีอาชีพเเละสร้างรายได้ให้กับตนเองได้

ทั้งนี้โครงการ”โรงงานในเรือนจำ” เป็นความร่วมมือในรูปแบบประชารัฐระหว่างกระทรวงแรงงาน กรมราชทัณฑ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการหารือมีสถานประกอบการตอบรับเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 40 แห่ง โดยกระทรวงแรงงานจะบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงาน ป.ป.ส. และกรมราชทัณฑ์ ดำเนินการคัดกรองผู้ต้องขังชั้นดี เป็นผู้มีวินัย และมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้ความเชื่อมั่นและสอดคล้องตามความต้องการของผู้ประกอบการ

สำหรับลักษณะงานที่จะให้ผู้ต้องขังทำนั้น อาทิ ช่างทำทอง เย็บรองเท้าขุดลอกท่อ ตัดหญ้า ทาสีอาคาร ทำความสะอาดตึกสูง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ต้องขังมีรายได้เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในสถานประกอบการบางสาขาชีพ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมคนดีสู่สังคม ที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ ได้มอบหมายให้กรมการจัดหางาน หารือในรายละเอียดกับกรมราชทัณฑ์ ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจนให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนเมษายนนี้ จากนั้นจะลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อทำให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมคนดีสู่สังคมอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สร้างอาชีพ แรงงาน