เปิด 5 แนวปฏิบัติ กสร. แนะนายจ้าง-ลูกจ้าง ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขอความร่วมมือนายจ้าง ลูกจ้าง และองค์กรแรงงาน ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ ผ่อนผันลูกจ้างที่เดินทางไปทำงานไม่ได้หรือเข้าทำงานสาย ไม่ถือเป็นวันลา พร้อมให้นายจ้างจัดทำแผนฉุกเฉิน ดูแลสวัสดิการผู้ประสบภัย เครือข่ายแรงงานติดตามและประสานความช่วยเหลือ และร่วมกันแก้ปัญหาโดยหลักสุจริตใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ออกประกาศ เรื่อง ขอความร่วมมือช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ
ด้วยประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 29 กันยายน 2569) ฉบับที่ 14 (230/2569) ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น. และในช่วงวันที่ 25 – 27 กันยายน 2569 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ประกอบกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครได้มีประกาศ เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ และการจราจรติดขัดอันส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน อาจส่งผลกระทบต่อนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้อง
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอความร่วมมือนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. กรณีที่อยู่อาศัยของลูกจ้างได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติเป็นเหตุให้เดินทางไปทำงานไม่ได้ หรือเข้าทำงานสาย ขอความร่วมมือนายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลาหรือเป็นความผิดต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้าง
2. ขอให้นายจ้างจัดทำแผนฉุกเฉินกรณีเกิดภัยธรรมชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญและแก้ไขสถานการณ์ บรรเทาความเดือดร้อนและความสูญเสีย และขอให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน ตรวจสอบเกี่ยวกับไฟฟ้า เครื่องจักร อาคารสถานที่ ในสถานประกอบกิจการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย
3. ขอให้คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการร่วมมือกับนายจ้างในการดูแลและสนับสนุนการจัดสวัสดิการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ประสบภัยตามความเหมาะสม
4. ขอให้เครือข่ายด้านแรงงานติดตามข้อมูลข่าวสารจากลูกจ้างผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทราบ และประสานงานเพื่อขอความช่วยเหลือตามความเหมาะสม
5. ขอให้นายจ้าง ลูกจ้าง และองค์กรแรงงานปรึกษาหารือร่วมกันในการแก้ไขปัญหาโดยหลักสุจริตใจเพื่อเสริมสร้างสันติสุขในการบริหารแรงงาน
