“รพ.บางมด” เดินเกมรุก แตกแบรนด์ลูก รับศัลยกรรมโต
สมรภูมิการแข่งขันธุรกิจของโรงพยาบาลเพิ่มดีกรีขึ้นจากการขยายตัวของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางก็พยายามปรับตัว ชูจุดแข็ง สร้างความแตกต่าง ท่ามกลางการแข่งขันสูงขึ้น
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์“นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล” ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาลบางมด ที่เริ่มเข้ามารับช่วงต่อจากคุณพ่อ “นพ.สุรสิทธิ์ อัศดามงคล” ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลบางมด ที่เป็นผู้ปลุกปั้นโรงพยาบาลบางมดเมื่อ 30 ปีก่อน
ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาลบางมด เริ่มบทสนทนาว่า โรงพยาบาลบางมด ถือเป็นโรงพยาบาลแห่งแรก ๆ ในย่านพระราม 2 ซึ่งสมัยก่อนย่านนี้มีอุบัติเหตุค่อนข้างมาก ทำให้มีผู้ป่วยอุบัติเหตุเข้ามารักษาอยู่เรื่อย ๆ โดยส่วนใหญ่เป็นการรักษาด้านศัลยกรรม เช่น จมูกหัก เป็นต้น ซึ่งตอนนี้คุณพ่อ (นพ.สุรสิทธิ์ อัศดามงคล) ก็เป็นผู้บุกเบิกมาและสร้างชื่อเสียงให้โรงพยาบาลบางมดเป็นที่รู้จักในด้านศูนย์ศัลยกรรม
ขณะที่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการแข่งขันของโรงพยาบาลย่านพระราม 2 ค่อนข้างดุเดือด เพราะมีโรงพยาบาลเกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งเบอร์ใหญ่ เช่นบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นนอล นครธน เป็นต้น และมีรายย่อย ๆ อีกหลายแบรนด์ แต่สำหรับโรงพยาบาลบางมด ถือว่าเปิดมานาน มีฐานผู้ป่วยประกันสังคมอยู่จำนวนหนึ่ง และด้วยจุดแข็งที่มี คือ ด้านศัลยกรรม จึงทำให้สามารถแข่งขันได้ และถือว่าไม่มีคู่แข่งโดยตรง
“นพ.ธนัญชัย” กล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดศัลยกรรมความงามมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง โดยโรงพยาบาลบางมดเองก็มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10-13% ทุกปี ทั้งในแง่รายได้และจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการก็เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยหลักมาจากกระแสความงามที่ได้การยอมรับและเป็นที่นิยมมากขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ผลลัพธ์การศัลยกรรมที่เป็นธรรมชาติขึ้น ทำให้ผู้บริโภคก็เปิดรับมากขึ้นเช่นกัน
ด้วยแนวโน้มและโอกาสที่เกิดขึ้นทำให้ทิศทางธุรกิจจากนี้ไป โรงพยาบาลบางมดจะเดินหน้าตอกย้ำจุดแข็ง ด้วยการให้ความสำคัญกับศูนย์ศัลยกรรมมากขึ้นเริ่มตั้งแต่มีแผนจะขยายศูนย์ศัลยกรรมบางมดให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรม เน้นการให้บริการวันสต็อปเซอร์วิส (one stop service) ด้านความงามโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีการแยกย่อยในหลาย ๆ แผนก เช่น เสริมหน้าอก เสริมจมูก เป็นต้น
นอกจากนี้มีแผนที่จะแตกแบรนด์ลูกในลักษณะคลินิกเสริมความงาม วางราคาให้ต่ำลง เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น จากเดิมที่เจาะกลุ่มเอและบีบวก “ตอนนี้โรงพยาบาลบางมดมีการเติบโตที่ดี โดยศูนย์ศัลยกรรมมีสัดส่วนรายได้ถึง 50% ของรายได้รวม ขณะที่อนาคตมีแผนที่จะเปิดแบรนด์ใหม่อีกแบรนด์ โดยทำให้ราคาจับต้องได้ แต่ยังคงคุณภาพเหมือนเดิม ซึ่งอาจจะต้องลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ แทน แต่ไม่ลดคุณภาพการรักษา”
“นพ.ธนัญชัย” กล่าวว่า กลยุทธ์ทางการตลาดหลัก ๆ ของศูนย์ศัลยกรรมที่ผ่านมา ไม่เน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่เน้นกลยุทธ์การบอกต่อแบบปากต่อปากระหว่างผู้ที่เคยเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลบางมด ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและสร้างอิมแพ็กต์ได้ดี สะท้อนจากการบินเข้ารับการรักษาจากผู้ใช้บริการจากต่างประเทศ ทั้งออสเตรเลีย สวีเดน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะรู้จักแบรนด์บางมดจากการรีวิวของผู้เคยเข้ามาใช้บริการจากสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการบอกต่อ
“ปัจจุบันศูนย์ศัลยกรรมบางมดมีบริการครบวงจร ตั้งแต่แปลงเพศ เสริมจมูก เสริมหน้าอก แม้ราคาการให้บริการจะสูงกว่าศูนย์ศัลยกรรมความงามในไทย แต่ด้วยคุณภาพที่ดี รวมถึงการมีเทคนิคเฉพาะที่โรงพยาบาลบางมดได้พัฒนาขึ้น ก็ทำให้ผู้เข้ามารับการรักษามีความเชื่อมั่น”
ในส่วนของแผนกรักษาโรคทั่วไปนั้น ก็มีแผนจะขยายพื้นที่เพิ่มเติมขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะปัจจุบันพื้นที่ที่ให้บริการค่อนข้างแน่น เพราะรับผู้ป่วยจำนวนมาก
สำหรับแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น “นพ.ธนัญชัย” บอกว่า ยังคงเดินหน้าต่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็จะดำเนินการตามแผนที่วางไว้
เป้าหมายหลักของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ การนำไปลงทุนในการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและแอนติเอจจิ้งและสปา ศูนย์ความงามครบวงจร
“นพ.ธนัญชัย” ขยายความว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะนำโรงพยาบาลเข้าตลาดหรือไม่ ในส่วนของการขยายธุรกิจก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป เพราะมีการเตรียมเงินลงทุนไว้แล้ว แต่ถ้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯก็จะทำให้การขยายธุรกิจเกิดเร็วขึ้น และทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
ทั้งหมดเป็นการเปิดเกมรุก สไตล์โรงพยาบาลบางมด ด้วยการชูจุดแข็งด้านศัลยกรรมที่สะสมมานานกว่า 30 ปีที่กำลังต่อยอดสร้างผลผลิต รายได้ใหม่ ๆ อีกแรง