เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
Real Estate บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
Politics เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
Business วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
ดูทั้งหมด

“ไพบูลย์” ตีโจทย์หุ้นไทย ฝากความหวังรัฐบาลใหม่สร้างจุดขาย

24 มิ.ย. 2566 | 15:26น.
ไพบูลย์ นลินทรางกูร ตลาดหุ้น รัฐบาลใหม่

“ตลาดกระทิง เป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา เพราะตลาดหุ้นจะกระทิงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายเศรษฐกิจเป็นสำคัญด้วย”

ข้างต้นนี้เป็นคำกล่าวจั่วหัวของ “ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์ ทิสโก้ จํากัดกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ในการบรรยายพิเศษในงานสัมมนา “Thailand : Takeoff ฉากทัศน์ใหม่ประเทศไทย” จัดโดย “มติชน” เมื่อ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา

หุ้นโลก “กระทิง” รอบใหม่

“ไพบูลย์” กล่าวว่า หุ้นกระทิงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับทั่วโลกที่ตลาดหุ้นเข้าสู่ภาวะกระทิงมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยตลาดที่ดีมาก ๆ ก็คือสหรัฐ และเป็นตัวนำตลาดหุ้นโลกกลับสู่โหมดกระทิงอีกรอบ ซึ่งรอบนี้จะนำด้วยเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยที่ใกล้จบ และเรื่องหุ้นเทคโนโลยี โดยตลาดหุ้นสหรัฐวันนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับตลาดหุ้นไทยถึง 10 ตลาด

โดยหุ้นตัวเดียวของสหรัฐอย่าง NVIDIA ที่ทำเกี่ยวกับการผลิตชิปและซีพียูปรับตัวขึ้นไปแล้ว 200% ในช่วง 6 เดือนและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นแล้ว 6 แสนล้านเหรียญในปีนี้ เท่ากับตลาดหุ้นไทยทั้งตลาด หรือเท่ากับ GDP ของไทยทั้งประเทศ

“ของเขาขึ้น แค่ใน 6 เดือน มูลค่ามหาศาล คือสหรัฐรู้อยู่แล้วว่าการสร้างตลาดทุนให้มีมูลค่าสูงเป็นการช่วยเศรษฐกิจทางอ้อม เกิดการใช้จ่าย ทำให้คนมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น เพราะประชาชนเขาอยู่ในตลาดทุนเยอะ มีทั้งที่ลงทุนเองที่ซื้อกองทุนหลายอย่าง ๆ หรือเงินเกษียณต่าง ๆ อยู่ในตลาดทุนทั้งหมด เพราะฉะนั้นสหรัฐจะบริหารตลาดทุน เพื่อทำให้ตลาดทุนเป็นแหล่งของการสร้างกำลังซื้อเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ แต่ประเทศไทยเราไม่ได้มองตรงนี้เลย”

ไทยยังอยู่ภาวะตลาด “หมี”

ด้านตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่ดัชนียังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ที่ 11% เพราะเป็นตลาดที่ไม่แข็งแรงและตกใจง่าย โดยเวลาขึ้นก็ปรับตัวขึ้นน้อยกว่า ดูได้จากหุ้น NASDAQ ของสหรัฐที่ปรับขึ้นไปถึง 140% ในช่วงตลาดกระทิง โดยตลาดหุ้นโลกขึ้นเฉลี่ย 100% ตลาดหุ้นสหรัฐขึ้น 120% ส่วนตลาดหุ้นไทยขึ้นยังไม่ถึง 80%

“ตอนนี้ต่างประเทศเขาไปตลาดกระทิงกันอีกรอบแล้ว แต่ตลาดหุ้นไทยยังเป็นตลาดหมีอยู่ ซึ่งเหตุผลที่ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะตลาดหมี ก็เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า”

เศรษฐกิจฟื้นช้า-หุ้นไทยไร้เสน่ห์

ทั้งนี้ อัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในช่วงโควิด ปี 2563-2565 เศรษฐกิจไทยติดลบลงไป 6% และบวกขึ้นมาได้ 4% แสดงว่าตลาดหุ้นไทยยังติดลบอยู่ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐในช่วงโควิดติดลบลงไป 2.8% และปรับตัวบวกขึ้นมาในปีถัดมาถึง 6% อีกในหลาย ๆ ประเทศก็เป็นแบบนี้

โดยเฉพาะในอาเซียน อย่างอินโดนีเซียที่เติบโตถึง 5-6% ต่อปีตลอด และนิ่งมาก ๆ ช่วงโควิดตลาดหุ้นอินโดฯ ลดลงไป 2.07% แต่ในปีถัดไปก็กลับขึ้นมาที่ 3.7% รวมถึงเวียดนามก็เติบโต 7-8% ต่อปี และที่สำคัญในช่วงโควิดเศรษฐกิจเวียดนามไม่ติดลบ แล้วพอหลังจากโควิดเศรษฐกิจก็พุ่งถึง 8%

“แต่ตลาดหุ้นไทยกลับเป็นตลาดที่ปรับตัวลงเยอะ แต่ปรับตัวขึ้นได้น้อย นี่คือปัญหา”

ตั้งรัฐบาลไม่จบ-ต่างชาติเทขาย

โดยปัญหาของตลาดหุ้นไทยคือ ไม่มีจุดขายเป็นของตัวเอง ทำให้ต้องไปเอาจุดขายของคนอื่นมา แต่ก็ไม่สามารถจะควบคุมได้ อย่างเรื่องการท่องเที่ยวที่เป็นจุดขายหลัก ก็ยังติดอุปสรรคอยู่อีกหลายด้าน เพราะไม่ได้วางแผนระยะยาว ขณะที่การส่งออกก็ติดลบ 7 เดือนติดต่อกัน และยังไม่เห็นทิศทางที่จะปรับขึ้นมาได้ ด้านกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ก็ยังอยู่ในขาลง ทำให้ยิ่งไม่มีความน่าสนใจ

“ยิ่งเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลก็ยังจัดตั้งไม่ได้ เงินทุนต่างชาติก็เลยยังทยอยไหลออก ซึ่งหากนับตั้งแต่ต้นปี เงินทุนไหลออกไปเเล้วกว่า 1 แสนล้านบาท และถ้าหลาย ๆ เรื่องยังไม่ดีขึ้น ก็มีโอกาสที่จะไหลออกได้ต่อ เพราะขายมันง่ายกว่าซื้อ ซึ่งหากหยุดการไหลออกได้ ตลาดก็จะกลายเป็นกระทิงได้”

สร้างจุดขายใหม่ให้ตลาดหุ้นไทย

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยรีบราวนด์ได้ แต่เป็นระยะสั้น สิ่งสำคัญคือจะทำยังไงให้มีจุดขายในระยะยาว เพราะฉะนั้น หากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วและนโยบายดี หรือนโยบายเป็นมิตรกับภาคธุรกิจ ไม่ใช่นโยบายที่เป็นศัตรูกับภาคธุรกิจ ก็จะสร้างความมั่นใจได้ และตอนนี้ราคาหุ้นไทยไม่ได้แพง ปัญหาคือจุดขายคืออะไร โดยตลาดหุ้นไทยขายสตอรี่ระยะสั้นมาตลอด 10 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก ๆ ว่าเมื่อไหร่จะมีสตอรี่ระยะยาว ๆ

“ไพบูลย์” ชี้ว่าตลาดหุ้นไทยจะต้องสร้างจุดขายใหม่ โดยโจทย์ใหญ่ต้องดูว่าจะต้องการเป็นแค่เพียงหลุมหลบภัย เป็นแค่เทรดดิ้งมาร์เก็ต หรือว่าต้องการที่จะปรับ ซึ่งหากต้องการปรับ รัฐบาลมีส่วนสำคัญ และ รัฐบาลต้องใช้ตลาดทุนให้มาก อย่ามองตลาดทุนเป็นศัตรู ต้องมองผู้ลงทุนว่าเป็นผู้ที่เข้ามาสร้างตลาดทุน สร้างสภาพคล่อง

“วันนี้ ถ้ารัฐบาลออกมาตรการต่าง ๆที่ไม่เป็นมิตร นักลงทุนก็จะออกไปเลย นักทุนต่างชาติวันนี้ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นไทยอยู่ประมาณ 50% เพราะฉะนั้น ถ้าทำนโยบายที่นักลงทุนไม่เห็นด้วยก็จะไปเลย ซึ่งวันนี้เขาช่วยสร้างสภาพคล่องให้คุณอยู่ เรายังมีหน้ามีตายืนอยู่ในอาเซียน ที่ทำให้เราพูดได้ว่าเรามีสภาพคล่องอันดับ 1 ในอาเซียน ครึ่งหนึ่งมาจากนักลงทุนต่างชาติ ก็อย่าไปหลงดีใจ เพราะมันสะท้อนว่าเราเป็นตลาดที่ไม่มีเทรนด์ แต่เป็นตลาดระยะสั้น (short term) ถ้าจะให้เป็นตลาดระยะยาว (long term) ก็ต้องเปลี่ยนความคิด”

เบรกนโยบายกระทบสภาพคล่อง

นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนย้ำว่า อยากจะบอกผู้ที่ทำนโยบาย ว่าอย่าเพิ่งทำนโยบายอะไรก็ตามที่จะกระทบต่อสภาพคล่อง เพราะสภาพคล่องอ่อนไหวมาก และขอให้มองนักลงทุนเป็นคนที่มาช่วยสภาพคล่อง ช่วยแบกรับความเสี่ยงของภาคธุรกิจ ช่วยกันสร้างตลาดทุน

“ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสจะกลับไปเป็นกระทิงไหม คิดว่ามีโอกาส แต่ไม่ง่าย ซึ่งตลาดกระทิงของผม หมายถึงกระทิงระยะยาว ส่วนชั่วคราวเราก็เป็นมาตลอด 10 ปี ทุกคนก็กำไร ขาดทุน แต่เราจะให้เป็นแบบนี้ตลอดไปหรือ และประเทศเราจะได้ประโยชน์มาก ๆ ถ้าเราใช้ประโยชน์จากตลาดทุนให้เต็มที่ วันนี้ผมเชื่อว่าเราใช้ประโยชน์จากตลาดทุนแค่เพียง 20-30% เท่านั้นเองของศักยภาพของตลาดทุนที่มีอยู่”