เอาจริง! “นายกฯตู่” เพิ่มบทลงโทษ ข้าราชการทุจริต-แก้ปัญหาเกียร์ว่าง ยังไม่ใช้ ม.44 สอบปมโกง
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ในวันนี้ ถึงแนวทางการพิจารณาบทลงโทษการทุจริตให้เข้มงวดมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการประชุม คสช. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ให้แนวทางการพิจารณาบทลงโทษการทุจริตให้เข้มงวดมากขึ้น เมื่อมีข้อร้องเรียนการทุจริตจากทางต้นสังกัด ซึ่งต้องตรวจสอบขั้นต้นให้ได้ภายใน 7 วัน แล้วดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
พล.อ.ประยุทธ์ ชี้ว่าถ้ามีมูลความผิด สร้างความเสียหายให้กับราชการ ต้องมีการปรับย้ายออกจากตำแหน่งมาก่อน ถ้าผิดร้ายแรงให้ย้ายมายังสำนักนายกรัฐมนตรี และหากตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง ต้องดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัย ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง แต่หากไม่ถึงขั้นไล่ออก ก็ได้มีการกำหนดให้ห้ามปรับย้ายตำแหน่งสูงขึ้น เป็นเวลา 3 ปี ทั้งตำรวจและทหาร พลเรือน และรัฐวิสาหกิจ รวมถึงพิจารณาโทษข้าราชการที่ไม่ปฎิบัติงานตามนโยบาย หรือทำงานไม่มีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาข้าราชการเกียร์ว่าง
ขณะที่การตรวจสอบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตนั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้แนวทาง ม.44 ในการแก้ปัญหา เพราะมีขั้นตอนการตรวจสอบตามกฎหมายปกติอยู่แล้ว แต่เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ส่วนจะมีผู้ร่วมกระบวนการอื่นอีกหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ และแม้ว่าข้าราชการที่ถูกไล่ออกจะยืนยันว่าดำเนินการทุจริตเพียงคนเดียว แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป หากเกี่ยวข้องถึงใคร ก็ต้องถูกตรวจสอบด้วย
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบ มีทั้งในองค์กร และนอกองค์กร ซึ่งในวันนี้จะมีตัวอย่างที่ใช้บทลงโทษข้าราชการที่เข้มขึ้น โดยได้มีคำสั่ง โยกย้ายให้ข้าราชการตำรวจ 14 นายที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์มาประจำที่สำนักนายกรัฐมนตรี