เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนิศ’ ชี้ฉากทัศน์ New Economy ปรับกลยุทธ์ SME ไทย ชู ‘Taste & Trust’ รับมือ AI Overload
Business ‘อนิศ’ ชี้ฉากทัศน์ New Economy ปรับกลยุทธ์ SME ไทย ชู ‘Taste & Trust’ รับมือ AI Overload
MU Cambodia แจ้งใช้ภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ ปมแพร่คลิปภาพชุดไทยโบราณอ้างเป็นของเขมร
News MU Cambodia แจ้งใช้ภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ ปมแพร่คลิปภาพชุดไทยโบราณอ้างเป็นของเขมร
ภูเก็ตผนึก CAAT เตรียมใช้ ‘โดรน eVTOL’ แก้จราจรติดขัด ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตผนึก CAAT เตรียมใช้ ‘โดรน eVTOL’ แก้จราจรติดขัด ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน
เปิดกติกาใหม่ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ต้องโชว์ การคิดค่าธรรมเนียมรวม
Tech เปิดกติกาใหม่ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ต้องโชว์ การคิดค่าธรรมเนียมรวม
“ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
Politics “ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
Business LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
Finance ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
Finance ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
“แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
Biz Movement “แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
News GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
ดูทั้งหมด

BBA จุฬาฯมุ่งสร้าง “ผู้นำ” ปูพื้นโจทย์จริงจาก Case Competition

28 มี.ค. 2561 | 18:54น.

เป็นที่ทราบดีว่า สายพาณิชยศาตร์และการบัญชี มีเวทีประกวดหลายรายการให้ผู้เรียนทดลองวิชา ดังนั้น การชนะรายการหนึ่ง ๆ ไม่เพียงจะเป็นการประกาศศักดาของมหาวิทยาลัยไปในตัว หากอีกแง่มุมหนึ่งยังเป็นการนำศาสตร์ต่าง ๆ ที่ร่ำเรียนมาทดลองใช้แก้ปัญหาจริง ๆ

เนื่องเพราะรายการแข่งขัน Case Competition มักจะนำโจทย์จริง ปัญหาจริง มาแข่งขัน พร้อมกับเรียนเชิญคณะกรรมการที่มาจากเจ้าของธุรกิจตัวจริงมาร่วมตัดสินด้วย

จึงทำให้เกิดสีสันของการแข่งขันประลองภูมิปัญญาของปัญญาชน

ผลเช่นนี้ จึงทำให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนนิสิตของตัวเองเข้าร่วมการแข่งขันด้วย แม้จะมีบางช่วงที่เหมือนจะซบเซาในแง่ของรางวัล แต่ในปีนี้ นับว่าเป็นปีทองอีกครั้ง เมื่อ 2 ทีมของทางคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีสามารถคว้าชัยชนะใน 2 รายการใหญ่ระดับโลก จนทำให้พวกเขามีโอกาสไปแข่งขันในระดับแชมป์ชนแชมป์ ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562

“รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์” คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าถึงที่มาและการสนับสนุนนิสิตสู่เวทีระดับโลกว่า ผ่านมาทางคณะมีการสนับสนุนให้นิสิตไปร่วมประกวดแข่งขันทั้งในเวทีระดับประเทศ และต่างประเทศ จนสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยอันดับมหา”ลัยก็สูงขึ้น

“แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ คือ การสร้างประสบการณ์ให้แก่นิสิตขณะยังเรียน รวมทั้งยังเป็นการพิสูจน์วิธีการเรียนการสอนที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในการทำงาน และการดำเนินธุรกิจ ทางคณะมองว่าทำอย่างไรถึงจะให้ผู้เรียนมีความรู้มากกว่าในห้องเรียน เพราะในชีวิตจริง เขาต้องออกไปประกอบธุรกิจเอง หรือไปทำงานในองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถมากกว่าการเรียนในคลาสปกติ”

“ดังนั้นเมื่อแต่ละปีมีเวทีระดับนานาชาติเปิดการแข่งขันมากมาย ทั้งในเรื่องการแข่งขันเขียนแผนธุรกิจ และการแข่งขันทางด้านกรณีศึกษา เราจึงมองเห็นความสำคัญกับการแข่งขันแบบนี้”

“แต่ละปีโจทย์ที่เป็นกรณีศึกษาจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพราะมาจากโจทย์ทางธุรกิจจริงของผู้ประกอบการ เช่น ห้างค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบจากการค้าออนไลน์ที่เข้ามาแย่งชิงตลาด, โจทย์ของสตาร์ตอัพที่ต้องการขยายธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งในหลาย ๆ โจทย์ต่างใช้องค์ความรู้มากกว่าสาขาวิชาเดียว เช่น ต้องมีการนำความรู้เรื่องการบริหารธุรกิจ การบริหารบุคคล และยังต้องใช้ความรู้เรื่องสถิติเข้ามาประกอบ จนทำให้นิสิตสามารถปรับตัวเพื่อรับกับกระแสของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไป”

“ดร.นัท กุลวานิช” กรรมการและที่ปรึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ) และอาจารย์ที่ปรึกษาทีมที่ชนะเลิศในรายการ Heavener International Case Competition 2018 (HICC) เสริมว่า เดิมทีนิสิตจะมีเคส คลับ (Case Club) ซึ่งจะติวทุกวันอังคาร แต่เมื่อมีการแข่งขัน จะมีการติวเพิ่มในวันเสาร์ ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น

“ทีมประกวดจะส่งชื่อบริษัทมาให้ศึกษาก่อนล่วงหน้า แต่ไม่บอกว่าบริษัทไหนต้องนำเสนอเป็นเคสยาว หรือเคสสั้น ซึ่งเคสสั้นให้เวลา 5 ชม. ส่วนเคสยาว 30 ชม. รูปแบบคือการเสนอแผน กลยุทธ์เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งปีนี้โจทย์ที่ได้สะท้อนให้เห็นเทรนด์ปัญหาของสถานประกอบการมากขึ้น เพราะแต่ก่อนการแข่งขันจะเป็นโจทย์ทางด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่ปัจจุบันโจทย์เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบุคคล เช่น การจัดการกับพนักงานเจนวาย”

“ในหนึ่งเคสต้องนำความรู้ที่เรียนมาใช้ทั้งหมด การเตรียมทีมจึงต้องผสมผสานนิสิตแต่ละสาขา ทั้งที่มาจากสาขาการเงิน สถิติ บริหาร ที่สำคัญ เราเน้นการคิดเร็ว มุ่งเน้นการคิดเชิงวิเคราะห์ และฝึกความอดทน พร้อมกับทดลองทำโจทย์จริงอยู่บ่อย ๆ”

“ดร.ทิม นพรัมภา” รองประธานหลักสูตร บริหารธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ) และอาจารย์ที่ปรึกษาทีมนิสิตที่ชนะเลิศรายการ John Molson Undergraduate Case Competition 2018 (JMUCC) เล่าอย่างภูมิใจว่า การแข่งขันรายการดังกล่าว มี 4 เคส แบ่งออกเป็น 3 เคสสั้น ที่มีเวลาให้เตรียมตัว 3 ชม. กับ 1 เคสยาว ที่ให้เวลาเตรียมตัว 24 ชม.

“ในเคสสั้นเป็นเคสด้านบริหารบุคคล 1 เคส กลยุทธ์ด้านการตลาดอีก 2 เคส ส่วนเคสยาวจะเป็นเคสที่เกี่ยวกับบริษัท วอลมาร์ต ที่เกิดปัญหาคนไม่เข้าร้าน เนื่องจากคนไปเข้าร้านออนไลน์ เราจึงต้องมาวิเคราะห์ หาข้อมูล พร้อมนำเสนอให้พาร์ตเนอร์ กับกูเกิลทำทาร์เก็ตติ้ง แคมเปญ เพื่อให้การเสนอโฆษณาออนไลน์ถูกกลุ่มลูกค้าโดยตรง ที่สำคัญ ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชั่น เพื่อให้ลูกค้าที่เห็นโฆษณาบนพื้นที่ออนไลน์ต่างเข้าไปยังร้านวอลมาร์ตที่ใกล้ที่สุด”

“สิ่งที่ทำให้ชนะใจกรรมการ คือ เราครบวงจรกว่าทีมอื่น เพราะเราไม่ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นอย่างเดียว แต่เรามีการเสนอกลยุทธ์ที่จะดึงคนเข้ามาใช้แอปและเมื่อเปิดใช้แอปแล้ว เรายังมีการรักษากลุ่มลูกค้า จนทำให้พวกเขากลับมาซื้อของซ้ำด้วย พูดง่าย ๆ คือเราคิดครบวงจร ตั้งแต่ขบวนการดึงดูดลูกค้ามาช็อปปิ้งที่วอลมาร์ต ขณะช็อปปิ้งที่วอลมาร์ต และหลังจากช็อปปิ้งที่วอลมาร์ต จนกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราชนะใจกรรมการ”

“ปีนี้ไม่เพียงแต่เรามีการเตรียมการที่ดี แต่การนำฟีดแบ็กจากรุ่นพี่ ที่เคยผ่านเวทีมาก่อน และมาปรับปรุงก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ เพราะทำให้ทุกอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งยังมีการเพิ่มเวลาในการติว มีความร่วมมือกับคณาจารย์ที่อยู่ในสาขาอื่น ๆ ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เราชนะ”

สำหรับอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การแข่งขันปีนี้ประสบความสำเร็จ “รศ.ดร.พสุ” บอกว่า ปีนี้ทางมหาวิทยาลัยมีการนำเคสของฮาร์วาร์ดมาปรับใช้ เพราะเขามีระบบฐานข้อมูลกรณีศึกษาของธุรกิจต่าง ๆ จากทั่วโลก มีความทันสมัย โดยจุฬาฯเป็นสมาชิก จากใช้สอนในระดับปริญญาตรี และโท ยังนำมาใช้ติวนิสิตเพื่อเตรียมแข่งขันด้วย

“นอกจากความสามารถในการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ สิ่งหนึ่งที่สถานประกอบการต้องการ คือ ทักษะด้านการสื่อสาร หรือที่เรียกว่า soft skill ซึ่งในครั้งนี้มีนิสิตได้รับรางวัล Best Speaker ในด้านการนำเสนอ การตอบคำถาม และการเล่าเรื่อง ซึ่งชี้ให้เห็นว่านอกจากทักษะด้านวิชาชีพ สถานประกอบการยังมองเรื่องทักษะอื่นไม่แพ้กัน”

“การใช้เคส คลับ เป็นการอุดปัญหา 2 เรื่องด้วยกัน คือ การนำวิชาการมาใช้จริง และเสริมทักษะ soft skill โดยนิสิตได้ลงมือทำ ทั้งยังนำทฤษฎีที่เรียนมาไปปรับใช้ รวมทั้งเรียนรู้การนำเสนอ และสื่อสารออกไปสู่บุคคลอื่นอย่างมีทักษะ เพราะทั้ง 2 เรื่อง เป็นสิ่งที่สถานประกอบการต้องการ ดังนั้น คณะจึงมีแผนที่จะเปิดรายวิชาใหม่ที่เป็นการเรียนแบบ project base ที่รวมทุกศาสตร์ของคณะมาไว้ในรายวิชาเดียว เพื่อเติมเต็มให้แก่พวกเขามากขึ้น และคาดว่าน่าจะเริ่มเปิดเป็นวิชาเลือกในเดือนสิงหาคมนี้”

ทั้งนั้นเพราะคณบดีเน้นย้ำว่า จุดมุ่งหมายของผู้ที่จบการศึกษาจากคณะพาณิชย์ฯจะต้องเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในองค์กรขนาดใหญ่ ผู้นำทางสังคม หรือผู้นำในธุรกิจของตนเอง เนื่องจากปีหนึ่ง ๆ มีนิสิตมากกว่า 700 คน ซึ่งคณะคงไม่สามารถทำให้ทุกคนเป็นผู้ประกอบการได้ทั้งหมด และไม่สามารถสร้างบุคลากรที่ตรงใจผู้ประกอบการได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่อย่างน้อยบัณฑิตที่จบออกไปน่าจะเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถในการทำงานเพื่อองค์กรอื่น ๆ ต่อไป