“เจเนซิส มีเดียคอม” ชู 21 โซลูชั่นสร้างห้องเรียน 4.0
ในยุคที่เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว สถาบันการศึกษาจึงนำโซลูชั่นต่าง ๆ มาใช้พัฒนาการเรียนการสอนให้มีศักยภาพมากขึ้น และเมื่อบวกกับเทรนด์ในปัจจุบันและอนาคตที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทอย่างเข้มข้น ส่งผลให้ผู้ให้บริการโซลูชั่นทางการศึกษาหลายรายปรับตัวและรุกตลาดการศึกษา 4.0 อย่างเต็มที่
หนึ่งในนั้นคือ “เจเนซิส มีเดียคอม” ที่อยู่ในตลาดนี้มานานถึง 21 ปี โดยให้บริการโซลูชั่น นวัตกรรมการศึกษาดิจิทัล อุปกรณ์ด้านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรม และซอฟต์แวร์ในระบบการเรียนการสอนทุกช่วงวัย ตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็กจนถึงระดับอุดมศึกษา และครอบคลุมถึงกลุ่มครูอาจารย์
“วิทยา มิตรศรัทธา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนซิส มีเดียคอม จำกัด มองภาพการศึกษาไทยว่าปลายทางจะต้องส่งออกคนไปสู่ภาคอุตสาหกรรม งานด้านการศึกษาจึงควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ส่งผลให้ต้องย้อนไปถึงการเรียนหนังสือที่มีผลเชื่อมโยงกับการทำงานในอนาคต โดยเจเนซิส มีเดียคอม เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงพัฒนาสารสนเทศต่าง ๆ ซึ่งเป้าหมายของเราคือการออกแบบห้องเรียน 4.0 หรือห้องเรียนในอุดมคติ ที่ต้องพัฒนาเด็กตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงระดับอุดมศึกษา
“บริษัททำงานกับ 4 กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ผู้เรียน ผู้สอน ผู้บริหารโรงเรียน และผู้ปกครอง ซึ่งทั้งหมดมีความสำคัญต่อการเป็นผู้เปลี่ยนผ่านการศึกษา และเรามองว่าโซลูชั่นจะสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการศึกษาของไทยได้”
“เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และมีส่วนช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาให้เกิดความเท่าเทียม โดยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางการศึกษาที่มีคุณภาพ มีความทันสมัย และพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาคน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติในได้อย่างยั่งยืน”
จากความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการโซลูชั่นทางการศึกษา เจเนซิส มีเดียคอมจึงพัฒนาระบบไอที “21 โซลูชั่นการศึกษาใหม่” ประกอบด้วย education service จำนวน 13 บริการ ได้แก่ ระบบสร้างเสริมเชาวน์ปัญญาและความรู้, ระบบพัฒนาทักษะทางภาษาสำหรับวัยเรียน, ระบบพัฒนาทักษะทางภาษาสำหรับวัยทำงาน, ระบบพัฒนาทักษะทางภาษาสำหรับอาชีวศึกษาและอาชีพ, ระบบพัฒนาทักษะเด็กก่อนวัยเรียน 0-6 ปี, ระบบพัฒนาวิชาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา
รวมถึงระบบพัฒนาวิชาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษา, ระบบสะเต็ม ระดับชั้นประถมศึกษา, ระบบสะเต็ม ระดับชั้นมัธยมศึกษา, ระบบตะลุยโจทย์และติว ระดับชั้นประถมศึกษา, ระบบตะลุยโจทย์และติว ระดับชั้นมัธยมศึกษา, ระบบอาเซียนศึกษาและโลกศึกษา และระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อส่งเสริมการศึกษา
นอกจากนี้ ยังมี educational platform อีก 8 แพลตฟอร์ม ได้แก่ ระบบแกนกลางเพื่อสร้างความสำเร็จในการเรียนและการทำงานร่วมกัน, ระบบคลังสื่อดิจิทัลสำหรับครู, ระบบบริหารทรัพยากรการศึกษา ระดับอุดมศึกษา, ระบบบริหารทรัพยากรการศึกษา ระดับโรงเรียน, ระบบกวดวิชาออนไลน์, ระบบการเรียนรู้และเลือกวิชาเรียนตามต้องการ, ระบบจัดการผลสัมฤทธิ์และความสำเร็จแห่งชีวิต และระบบคัดกรองเนื้อหาและสร้างความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต
สำหรับแผนการตลาด จะเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักจำนวนกว่า 200 คน จากหน่วยงานด้านการศึกษาของภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ผ่านงานสัมมนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21
ด้วยระบบดิจิทัล : สร้างคน สร้างชาติ เพื่อศักยภาพไทยสู่สากล ที่เพิ่งจัดไป
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกัน จะบุกตลาดด้วยการเน้นขายผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายจำนวน 300 รายทั่วประเทศ รวมถึงจะตั้งทีมบริหารการขายโดยตรงถึงสถาบันการศึกษาเอกชนทั่วประเทศ
อย่างไรก็ดี “วิทยา” มองว่าตอนนี้เป็นระยะตั้งไข่ของโซลูชั่นด้านการศึกษาในไทย ซึ่งหากมีการจุดประกายให้เกิดการตื่นตัวมากขึ้น ตนมองว่าอีก 3 ปี การศึกษาไทยจะไปได้ไกล ทั้งนั้น สิ่งที่ยากในธุรกิจนี้สำหรับเขาคือการดูดีมานด์ของตลาด บริษัทจึงต้องสร้างแพลตฟอร์มต่าง ๆ ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และทำให้คนเห็นความคุ้มค่าของการใช้เทคโนโลยีนั้น ๆ
“เราตั้งเป้าหมายว่า ทั้ง 21 โซลูชั่นการศึกษาที่เราพัฒนาขึ้นจะช่วยทำให้ระบบการพัฒนาคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูประบบการศึกษาไทย เพราะสร้างคนให้ได้รู้เท่าทัน และก้าวทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”
ด้วยโซลูชั่นที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย จะพัฒนาคนให้ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน และวัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ อีกทั้งยังถือว่าเป็นการร่วมพัฒนาคนให้เป็นทุนมนุษย์ (human capital) ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0