เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จุลพันธ์ ลั่น การล้มเลือกตั้ง บอร์ด สปส. ไม่อยู่ในแนวคิด ยันนักการเมืองร่วมชวนเลือกตั้งไม่ผิด
Politics จุลพันธ์ ลั่น การล้มเลือกตั้ง บอร์ด สปส. ไม่อยู่ในแนวคิด ยันนักการเมืองร่วมชวนเลือกตั้งไม่ผิด
ส.อ.ท. ขอสินเชื่อหมื่นล้าน เร่งฟื้น SMEs โดนน้ำท่วม
Economic ส.อ.ท. ขอสินเชื่อหมื่นล้าน เร่งฟื้น SMEs โดนน้ำท่วม
ศึกร้านอาหาร 5.7 แสนล้านเดือด  ‘โอ้กะจู๋-คามุ-มากุโระ’ รุกย่อไซซ์-หั่นราคา
Business ศึกร้านอาหาร 5.7 แสนล้านเดือด  ‘โอ้กะจู๋-คามุ-มากุโระ’ รุกย่อไซซ์-หั่นราคา
Time for Thailand…คว้าโอกาสได้มั้ย
Finance Time for Thailand…คว้าโอกาสได้มั้ย
หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรมตีปีกรับอานิสงส์ประชุม ‘IMF-WB’
Finance หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรมตีปีกรับอานิสงส์ประชุม ‘IMF-WB’
พยากรณ์อากาศ (15 ต.ค.) ภาคเหนือ ตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และ กทม. ยังมีฝน 40-60% 
Economic พยากรณ์อากาศ (15 ต.ค.) ภาคเหนือ ตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และ กทม. ยังมีฝน 40-60% 
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ต.ค.) ปรับลง 2.37% อยู่ที่ 81,473 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ต.ค.) ปรับลง 2.37% อยู่ที่ 81,473 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (15 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (15 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
นายกฯ เปิดทำเนียบ รับผู้ร่วมประชุม IMF – World Bank 2026 ชู soft power ไทย
Politics นายกฯ เปิดทำเนียบ รับผู้ร่วมประชุม IMF – World Bank 2026 ชู soft power ไทย
เน็ตฟลิกซ์กวาดเรียบ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2030
Biz Movement เน็ตฟลิกซ์กวาดเรียบ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2030
ดูทั้งหมด

วิจัยกรุงศรี จ่อหั่นจีดีพีปี’66 ลงจาก 3.3% เกาะติดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ

22 ส.ค. 2566 | 18:56น.
วิจัยกรุงศรี

วิจัยกรุงศรีเตรียมปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ลงจาก 3.3% ชี้รอดูสถานการณ์การเมือง 1-2 สัปดาห์ต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ หลังตัวเลขจีดีพีของสภาพัฒน์ 1.8% ต่ำกว่าประมาณการ 2.7% มองการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะอ่อนแอในครึ่งหลังของปี 

วันที่ 22 สิงหาคม 2566 วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สภาพัฒน์รายงาน GDP ในไตรมาสสองที่ปรับผลของฤดูกาลออกขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.2% QoQ sa ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์และวิจัยกรุงศรีคาดที่ 1.2% และ 1.0% ตามลำดับ ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 GDP เติบโตอยู่ที่ 2.2% YOY ต่ำกว่าที่วิจัยกรุงศรีคาดไว้ที่ 2.7% 

ส่วนในช่วงครึ่งหลังของปี วิจัยกรุงศรียังมีมุมมองว่าเศรฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีภาคท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญโดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นในไตรมาสสุดท้ายของปี ประกอบกับการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นได้ภายในไตรมาส 3 นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน และหนุนให้การดำเนินนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลับมาเร่งขึ้นได้ในช่วงที่เหลือของปี 

อย่างไรก็ตาม ภาคส่งออกของไทยยังคงอ่อนแอจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญที่ชะลอตัว โดยภาพรวมทั้งปี วิจัยกรุงศรีเตรียมปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ลงจากที่เคยคาดว่าจะขยายตัวที่ 3.3% โดยจะรอดูสถานการณ์การเมืองในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางของนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไป 

การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มอ่อนแอ ผลกระทบจากอุปสงค์ทั้งต่างประเทศและในประเทศที่ชะลอตัวลง ผนวกกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสินค้าจีน ดัชนีความเชื่อมั่นภาค อุตสาหกรรมในเดือนกรกฎาคมร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ที่ 92.3 และลดลงจาก 94.1 ในเดือนมิถุนายน โดยปรับลดลงในทุกองค์ประกอบ ทั้งดัชนีฯ คำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ 

เช่นเดียวกับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับลงมาอยู่ที่ 100.2 จาก 102.1 ในเดือนมิถุนายน ปัจจัยลบจาก 1.ความกังวลของผู้ประกอบการต่อความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 2.ความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า และค่าจ้างแรงงาน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจการ และ 3.สภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง กำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอลงจากความกังวลหนี้ครัวเรือน และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น

วิจัยกรุงศรีประเมินแนวโน้มการผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วงที่เหลือของปีนี้ อาจอยู่ในภาวะอ่อนแอต่อเนื่องจากในช่วงครึ่งแรกของปี ซึ่งสะท้อนจากข้อมูลดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัว 4.6% YOY เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีทิศทางชะลอตัว โดยเฉพาะภาคการผลิตของประเทศแกนหลักยังอยู่ในภาวะหดตัวต่อเนื่อง กอปรกับเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวกว่าคาด ทำให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยอาจได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ 

นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยว่า ล่าสุดหลายอุตสาหกรรมของไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันกับกลุ่มสินค้าจีนที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศมากขึ้น โดยจากเดิมไทยได้รับผลกระทบในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ได้ขยายวงกว้างไปยังกลุ่มอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอะลูมิเนียม อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก เป็นต้น