ดอลลาร์อ่อนค่า หลังเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ต่ำกว่าคาด
ธนบัตร U.S.dollar banknotes
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ภายหลังเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อต่ำกว่าคาด ชี้หากดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงประธานเฟด ในการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง สัปดาห์นี้
วันที่ 24 สิงหาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/8) ที่ระดับ 34.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/8) ที่ระดับ 35.05/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยค่าเงินสหรัฐอ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลักหลังเอสแอนด์พี โกลบอลมีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภารการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐวานนี้ (23/8) ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.4 ในเดือนสิงหาคม ลดลงจากเดือนกรกฎาคมที่ระดับ 52.0 และนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ซึ่งหากดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 จะบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว
โดยดัชนี PMI ถูกกดดันจากการที่คำสั่งซื้อใหม่ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ขณะที่การจ้างงานชะลอตัวลง แต่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวขึ้นในเดือนสิงหาคม ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 49.0 ในเดือนกรกฎาคม โดยดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ให้เห็นว่าภาคการผลิตยังคงอยู่ในภาวะหดตัว
ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นปรับตัวลงสู่ระดับ 51.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนจากระดับ 52.3 ในเดือนกรกฎาคม แต่ดัชนียังคงสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการยังคงมีการขยายตัวอยู่
ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้มีการรายงานยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 4.4% สู่ระดับ 714,000 ยูนิตในเดือนกรกฎาคมเมื่อเทียบรายเดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 703,000 ยูนิต จากระดับ 684,000 ยูนิตในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบรายปี
ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 31.5% ในเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ ราคาเฉลี่ยของบ้านใหม่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 436,700 ดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม และสต๊อกบ้านใหม่อยู่ที่ระดับ 437,000 ยูนิต
ปัจจัยสำคัญที่ทางนักลงทุนจับตาในสัปดาห์นี้ คือ ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ โดยนายพาวเวลล์จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทแข็งค่าหลังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ประอบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นหลังได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30
โดยวานนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศแต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
ทางด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวของคุณ สส. สว.พี่น้องประชาชนชาวไทย รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด พร้อมให้คำมั่นว่า จะทำงานอย่างหนักเพื่อนำพาความเจริญให้กับประเทศชาติและประชาชน
โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.85-34.96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/8) ที่ระดับ 1.0863/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/8) ที่ระดับ 1.0806/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังวานนี้ช่วงเย็นค่าเงินยูโรได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นยูโรโซนเดือน ส.ค. จากฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (HCOB) ที่รวบรวมโดยเอสแอนด์พี โกลบอล ลดลงสู่ระดับ 47.0 ในเดือนสิงหาคม จากระดับ 48.6 ในเดือนกรกฎาคม
ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 และต่ำกว่าระดับคาดการณ์ของโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่ 48.5
โดยดัชนี PMI ภาคการบริการขั้นต้นเดือนสิงหาคม ลดลงแตะ 48.3 จาก 50.9 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในปีนี้ที่ลดลงต่ำกว่าระดับ 50 ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่กลางปี 2565 แม้ผลสำรวจครั้งล่าสุดให้ความหวังว่า สถานการณ์อาจผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว
โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสู่ระดับ 43.7 ในเดือนสิงหาคมจาก 42.7 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน สวนทางกับผลสำรวจของรอยเตอร์ที่คาดไว้ว่าจะลดลงสู่ระดับ 42.6
อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้กลับมาแข็งค่าในช่วงเช้าวันนี้ (24/8) หลังดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเทียบเงินสกุลหลัก ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0850-1.0870 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0858/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/8) ที่ระดับ 144.89/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/8) ที่ระดับ 145.47/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ทางประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยตลาดรอจับตาดูดัชนีราคาผู้บริโภคที่จะออกในเช้าวันพรุ่งนี้ (25/8) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 144.57-145.36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 145.32/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ตัวเลขจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (24/8) ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (24/8) และถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง (25/8)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.1/-10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศ อยู่ที่ -10.75/-10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ