“นายก” ชูหลัก 3M ยกระดับ “อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” ผ่านแผนระยะ 5 ปี เสริมมูลค่าสินค้าเกษตร
วันนี้ (31 มี.ค.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติเวียดนาม สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ (Retreat) ของการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 6 ในหัวข้อ “ปัจจัยสำคัญของแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ในอันที่จะเพิ่มพูนประโยชน์จากผลสำเร็จที่ผ่านมา และการประสบความสำเร็จท่ามกลางภูมิทัศน์ของการพัฒนาของโลกที่เปลี่ยนแปลง” โดยได้กล่าวถ้อยแถลงว่า เพื่อรับมือกับความท้าทายและสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญในอนาคต จึงเสนอแผนการทำงานในช่วง 5 ปีข้างหน้า และในระยะยาว ในประเด็น 5 1.การร่วมมือกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรับมือกับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 2.พัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้มีคุณภาพ และใช้ประโยชน์ให้เต็มที่จากการเชื่อมโยง โครงข่ายคมนาคมขนส่งตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ 3.ร่วมมือกันดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (CBTA) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่ออย่างเป็นรูปธรรม

4.การบริหารจัดการแม่น้ำโขงอย่างมีประสิทธิภาพ เราใช้แม่น้ำร่วมกัน (Share River) มีความรับผิดชอบในการใช้แม่น้ำร่วมกัน (Share responsibility) ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน (Share prosperity) จึงควรแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการรักษาระดับน้ำและหาแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อรักษาระดับน้ำที่เหมาะสม 5.ร่วมเสริมสร้างความแข็งแกร่งความร่วมมือด้านการเกษตร และสิ่งแวดล้อม นายกรัฐมนตรีเห็นว่าควรร่วมกันยกระดับมูลค่าสินค้าทางเกษตร ด้วยการกำหนดมาตรฐานการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว และผลิตอาหารที่มีคุณภาพ และปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดราคา และการขยายตลาดสินค้าเกษตรนอกภูมิภาค ไทยยินดีให้ความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่มีคุณภาพ
จากนั้นเวลา 10.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ (Plenary) ของการประชุมใน หัวข้อ “การใช้ประโยชน์ของความร่วมมือและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อบูรณาการให้เกิดความมั่งคั่งร่วมกัน ใน รอบ 25 ปี ที่ผ่านมา” โดยกล่าวถ้อยแถลง พร้อมเสนอแผนการทำงานว่า ต้องให้ความสำคัญกันการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้มีคุณภาพเพื่อการเชื่อมโยงอย่างมีคุณภาพไร้รอยต่อ(connectivity) ไทยได้เร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งไปยังประตูเชื่อมโยง (Gateway) ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการ พัฒนาเมืองในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงผ่านประเทศไทยไปถึง โครงข่ายที่สำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT ทางตอนใต้ของประเทศไทย เร่งพัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อมุ่งสู่อนุภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง(competitiveness)

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไทยกำลังเร่งพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาเชิงพื้นที่ พัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานคมนาคมขนส่ง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อผลักดันให้ไทยเข้าสู่ยุค 4.0 อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกภายใต้โครงการ EEC ให้สามารถสนับสนุนการ เชื่อมโยงการผลิตกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคและโลกจึงขอให้ประเทศสมาชิกแผนงาน GMS ยึดหลัก 3 M ได้แก่ ความไว้เนื้อเชื่อใจ(Mutual Trust) การเคารพซึ่งกันและกัน(Mutual Respect) และการมีผลประโยชน์ ร่วมกัน(Mutual Benefit)
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องผลักดันให้ GMS เป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน มีความตั้งใจ และยั่งยืน (Community) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะด้านทักษะและสุขภาพ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยไทยมีนโยบาย ประเทศไทย 4.0 โดยจะเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจน การจะมุ่งสู่ประชาคม GMS ที่มั่งคั่ง ยั่งยืน จะต้องมีการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
ที่มา มติชนออนไลน์